22 กรกฎาคม 2010
      เครื่องชี้เศรษฐกิจโลกแผ่ว … สัญญาณเตือนส่งออกไทยครึ่งปีหลังอาจชะลอ (มองเศรษฐกิจฉบับที่ 2882)
      ในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 การส่งออกของไทยเติบโตสูงเกินความคาดหมายของหลายฝ่าย โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออกล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2553 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งในด้านมูลค่าและอัตราการขยายตัว โดยจากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ การส่งออกมีมูลค่า 18,038 ล้านดอลลาร์ฯ และขยายตัวร้อยละ 46.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Year-on-Year) เร่งตัวขึ้นจากร้อยละ 42.1 ในเดือนก่อนหน้า (ก่อนหน้านี้ การส่งออกเคยมีมูลค่ารายเดือนสูงสุดที่ระดับ 17,370 ล้านดอลลาร์ฯ และบันทึกอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 45.1 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2551) โดยสินค้ารายการสำคัญส่วนใหญ่ยังคงขยายตัวในระดับสูง นอกจากนี้ การส่งออกยังได้รับอานิสงส์จากการส่งออกทองคำที่พุ่งสูงถึงร้อยละ 535 สูงต่อเนื่องจาก 2 เดือนก่อนหน้า สำหรับมูลค่าการส่งออกที่ไม่รวมทองคำ ขยายตัวร้อยละ 40.4 ในเดือนมิถุนายน สูงขึ้นจากร้อยละ 32.8 ในเดือนก่อน  
                  จากการส่งออกที่เติบโตสูงดังกล่าว ขณะที่การนำเข้าในเดือนมิถุนายนขยายตัวในอัตราที่ช้ากว่า (โดยเติบโตร้อยละ 37.9 YoY) จึงเป็นผลให้ดุลการค้าในเดือนมิถุนายน มีการเกินดุล 2,322 ล้านดอลลาร์ฯ สูงขึ้นกว่าระดับเกินดุลที่ 2,211 ล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนก่อนหน้า
                  โดยภาพรวมแล้ว การเร่งตัวของการส่งออกในช่วงไตรมาสที่ 2/2553 ที่ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 41.5 (YoY) สูงกว่าในไตรมาสที่ 1/2553 ซึ่งขยายตัวร้อยละ 31.6 นั้น ได้ส่งผลให้การส่งออกของไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 ขยายตัวถึงร้อยละ 36.6 และทางกระทรวงพาณิชย์จึงมีการปรับเป้าหมายการเติบโตของการส่งออกในปีนี้ขึ้นมาเป็นร้อยละ 19 จากเป้าหมายเดิมที่ร้อยละ 14
                  แม้ครึ่งปีแรก การส่งออกของไทยมีทิศทางที่สดใส โดยได้รับแรงส่งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และการขยายการส่งออกภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรี แต่แนวโน้มการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ประเทศพัฒนาแล้วต้องมุ่งรักษาวินัยทางการคลัง ทำให้การใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังเช่นที่เคยผ่านมาคงเป็นไปได้ยากขึ้น ขณะที่นโยบายการเงินของประเทศกำลังพัฒนาเริ่มกลับคืนสู่ระดับปกติที่เป็นกลาง (Neutral) มากขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาวิกฤตหนี้ในยุโรปยังไม่คลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์ ทำให้ความวิตกกังวลต่อโอกาสที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยรอบสอง (Double-Dip Recession) ในบางประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ นั้นยังคงมีอยู่ แม้ความเป็นไปได้ (Probability) อาจยังไม่สูงในขณะนี้
                  จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า มูลค่าการส่งออกของไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2553 อาจเติบโตในอัตราที่ชะลอลงมาอยู่ที่เฉลี่ยประมาณร้อยละ 17 (YoY) จากที่ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 36.6 ในช่วงครึ่งปีแรก โดยในไตรมาสที่ 3/2553 แม้คาดว่าชะลอตัวแต่น่าจะเติบโตได้ในอัตราประมาณร้อยละ 25 เนื่องจากผลของฐานเปรียบเทียบในปีก่อนที่ยังเป็นช่วงหดตัว แต่อัตราการขยายตัวจะค่อยๆ ต่ำลงจนเหลือเป็นตัวเลขหลักเดียวในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม จากผลของการเติบโตสูงในช่วงครึ่งปีแรก โดยเฉพาะการเร่งตัวเกินคาดของการส่งออกใน 2 เดือนล่าสุด (พฤษภาคม-มิถุนายน 2553) ทำให้ คาดว่า การส่งออกของไทยตลอดทั้งปี 2553 น่าจะขยายตัวในอัตราที่เคลื่อนเข้าใกล้กรอบบนของประมาณการของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่ร้อยละ 22.0-27.0
                 ทั้งนี้ การเติบโตสูงของการส่งออกนี้ จะหนุนให้ระดับการเกินดุลการค้าของไทยอาจมีมูลค่าสูงเกิน 10,000 ล้านดอลลาร์ฯ ในปี 2553 ซึ่งจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่จะผลักดันให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อไปได้อีก และอาจมีผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของผู้ส่งออกไทย เมื่อเปรียบเทียบกับบางประเทศที่มีค่าเงินแข็งค่าน้อยกว่า โดยเฉพาะเวียดนาม ที่มีการลดค่าเงินมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นทิศทางที่ผู้ประกอบการควรต้องเตรียมรับมือ
      แผนผังเว็บไซต์ | เงื่อนไขการใช้บริการ ©สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2553 บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
      เลขที่ 400/22 อาคารธนาคารกสิกรไทย ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์: 0-2273-1144 โทรสาร: 0-2270-1018, 0-2270-1235, 0-2270-1569, 0-2271-4032