23 กรกฎาคม 2010
      อาเซียน…ตลาดส่งออกน้ำผักผลไม้ที่น่าสนใจของไทย (มองเศรษฐกิจฉบับที่ 2884)

       

      ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า นอกจากสหภาพยุโรป สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดส่งออกน้ำผักผลไม้ที่สำคัญของไทยแล้ว เป็นที่น่าสังเกตว่า อาเซียนนับเป็นตลาดที่น่าสนใจของไทย และมีแนวโน้มในการส่งออกน้ำผักผลไม้เพิ่มขึ้น โดยจะเห็นได้จาก ในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 ไทยส่งออกน้ำผักผลไม้ไปยังตลาดอาเซียนมูลค่า 23.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 57.7 (YoY) โดยสาเหตุที่ส่งออกน้ำผักผลไม้ไปอาเซียนเพิ่มขึ้นนอกจากสภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแล้ว ผลจากการเปิดการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนใหม่ (ลาว พม่า เวียดนาม และกัมพูชา) ที่เริ่มทยอยปรับลดอัตราภาษีนำเข้าลง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุนในการส่งออกน้ำผักผลไม้ลดลง ส่งผลให้ไทยมีโอกาสที่จะขยายการส่งออกน้ำผักผลไม้ไปยังประเทศเหล่านี้มากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรหันมาขยายการส่งออกน้ำผักผลไม้เหล่านี้ในตลาดอาเซียนให้มากขึ้น โดยประเภทของน้ำผักผลไม้ที่ควรขยายการส่งออกไปยังตลาดอาเซียน ได้แก่ น้ำผักผลไม้อื่นๆ น้ำผักผลไม้ผสม น้ำส้มชนิดออเร้นจ์ และน้ำส้มชนิดอื่นๆ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อขยายตลาดส่งออกน้ำผักผลไม้ของไทย และเป็นการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอีกด้วย

      สำหรับการนำเข้าน้ำผักผลไม้ของไทยจากกลุ่มประเทศอาเซียนยังมีมูลค่าไม่มากนัก โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 ไทยนำเข้าน้ำผักผลไม้จากอาเซียนเพียง 0.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 33.3 (YoY) ส่งผลให้ไทยยังคงได้เปรียบดุลการค้าในตลาดอาเซียนมูลค่า 22.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 58.7 (YoY) อย่างไรก็ตาม ไทยก็ยังมีข้อพึงระวังการนำเข้าน้ำผักผลไม้จากประเทศอื่นๆ นอกอาเซียน โดยเฉพาะจีน ในเรื่องของผลกระทบจากการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ซึ่งในอนาคตอาจทำให้มีการนำเข้าน้ำผักผลไม้จากจีนที่มีต้นทุนต่ำกว่าเข้ามาในประเทศมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อดุลการค้าในตลาดรวมทั้งหมดของไทยได้

      แผนผังเว็บไซต์ | เงื่อนไขการใช้บริการ ©สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2553 บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
      เลขที่ 400/22 อาคารธนาคารกสิกรไทย ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์: 0-2273-1144 โทรสาร: 0-2270-1018, 0-2270-1235, 0-2270-1569, 0-2271-4032