3 สิงหาคม 2012
      KR Daily Update ฉบับประจำวันที่ 3 สิงหาคม 2555

      ประเด็นเด่นวันนี้
      -   ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. 2555 ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 78.1 จากระดับ 78.6 ในเดือนมิ.ย. เป็นผลมาจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อการส่งออกของไทยจากการชะลอตัวภาวะเศรษฐกิจโลก และทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้และปีหน้าลง ประกอบกับมีสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง รวมทั้งการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาขายปลีกน้ำมันประเทศ ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นทุกรายการปรับตัวลดลง ประกอบด้วย ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 68.2 ดัชนีโอกาสในการหางานทำลดลงมาที่ 69.3 และดัชนีรายได้ในอนาคตลดลงมาอยู่ที่ 96.8 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
      มองว่า ภาคการส่งออกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่หดตัวลงในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา รวมกับราคาน้ำมันและ LPG ภาคอุตสาหกรรมที่ขยับตัวขึ้น ขณะที่ LPG ในภาคขนส่งก็ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนนั้น ส่งผลให้ประชาชนและผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลมากขึ้นในประเด็นผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวที่มีต่อภาคการส่งออกของไทยและภาวะค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตที่มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น และเป็นปัจจัยหลักที่จะกดดันบรรยากาศการใช้จ่ายในประเทศในระยะต่อไป ซึ่งคงมีผลต่อการรักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังค่อนข้างมาก ดังนั้น ในระยะต่อจากนี้ไป คงต้องคาดหวังให้การเร่งผลักดันแผนการลงทุน รวมถึงมาตรการสนับสนุนการเติบโตและการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณด้านต่างๆ ของรัฐบาล เป็นปัจจัยในการเรียกฟื้นความเชื่อมั่นและเสริมสร้างบรรยากาศการใช้จ่ายในประเทศ เพื่อสนับสนุนให้การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะประคับประคองการเติบโตของเศรษฐกิจไทยต่อไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2555

      กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าผลักดันไทยเป็นเมดิคัลฮับ โดยกระทรวงระบุว่า ภาครัฐมีนโยบายที่จะพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชียและนานาชาติ (Medical Hub) ในปี 2555-2559 โดยใช้งบประมาณในการดำเนินงานประมาณ 3,131 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศรวม 5 ปี ประมาณ 814,266 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อปี โดยด้านการรักษาพยาบาล คาดจะสร้างรายได้ 672,236 ล้านบาท ด้านการส่งเสริมสุขภาพ 85,669 ล้านบาท ด้านแพทย์แผนไทยฯ 3,868 ล้านบาท ด้านสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพ 52,493 ล้านบาท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แผนการผลักดันไทยไปสู่ศูนย์กลางสุขภาพของเอเชีย ระยะที่ 1 ที่เริ่มดำเนินการในช่วงปี 2547-2551 ประสบความสำเร็จสูง โดยสามารถผลักดันให้คนไข้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารักษาพยาบาลในไทยเป็นจำนวนมากเกินเป้าหมาย ซึ่งล่าสุดในปี 2554 มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารับบริการด้านสุขภาพเป็นจำนวนมากถึง 2.2 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้กับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของไทยประมาณ 97,874 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป หากจะผลักดันไทยไปสู่ศูนย์กลางสุขภาพของเอเชียระยะที่ 2 คือ จำนวนบุคลากรด้านการแพทย์และพยาบาลที่อาจจะไม่เพียงพอกับผู้รับบริการ และทำให้ปัญหาการดึงบุคลากรทางการแพทย์จากภาครัฐไปสู่ภาคเอกชนมีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้น การผลักดันมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะด้านงบประมาณ เพื่อสานต่อการสนับสนุนการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ทั้งภาคส่วนการศึกษาของรัฐและเอกชน ให้เพียงพอกับความต้องการที่มากขึ้น คงจะช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าวลงได้ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะภายใต้แนวโน้มที่คาดว่าคนไข้ชาวต่างชาติ ยังน่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกในอนาคต เพราะนอกจากจะได้รับการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับแล้ว ราคายังถูกมากเมื่อเทียบกับการเดินทางไปรักษาในประเทศแถบยุโรป อเมริกา รวมถึงบางประเทศในอาเซียนที่เป็นคู่แข่งสำคัญของไทยอย่างเช่นสิงคโปร์
       

       

      Disclaimer
      รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงข้อมูลได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วง หน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯจะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใด

       



      แผนผังเว็บไซต์ | เงื่อนไขการใช้บริการ ©สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2556 บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
      เลขที่ 400/22 อาคารธนาคารกสิกรไทย ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์: 0-2273-1144 โทรสาร: 0-2270-1018, 0-2270-1235, 0-2270-1569, 0-2271-4032