28 มิถุนายน 2013
      ความท้าทายในการเป็น “ศูนย์กลางทางการบินภูมิภาค”” ของประเทศไทย (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2378)

      ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาภาพรวมของ  ธุรกิจการบินไทย มีความคึกคักอย่างมากเห็นได้จากจำนวนผู้โดยสารทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่มาใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมืองในช่วง 5 เดือนแรก ของปี 2556 เติบโตกว่าร้อยละ 17.5 หรือมีจำนวนประมาณ 28.51 ล้านคน  ซึ่งผู้โดยสารที่เดินทางมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้นมีการเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยในปี 2555 มีจำนวนผู้โดยสารกว่า 53 ล้านคน ทำสถิติรองรับผู้โดยสารสูงที่สุดตั้งแต่มีการเปิดใช้มา

      สำหรับภาพรวมของธุรกิจการบินของไทยในครึ่งปีหลังนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จะยังคงมีความคึกคักต่อเนื่อง โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากกระแสการเข้าสู่ AEC การเปิดเสรีการบินอาเซียน การขยายตัวของตลาดการท่องเที่ยวในประเทศอาเซียน และการแข่งขันของธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำทั้งในประเทศและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในปี 2556 จะมีผู้โดยสารที่เดินทางมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งเป็นท่าอากาศยานหลักและรองของประเทศ รวมทั้งสิ้น 65.2-70.0 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11-18 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน

      อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากปัจจัยเสริมให้ธุรกิจการบินไทยเติบโตแล้ว ยังคงมีประเด็นท้าทายอยู่ โดยจากการเปิดเสรีอาเซียนที่รัฐบาลแต่ละประเทศต่างเร่งปรับปรุงศักยภาพของประเทศตน เพื่อรองรับกิจกรรมการค้า การลงทุน รวมถึงมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม โดยเฉพาะการพัฒนาท่าอากาศยานเพื่อดึงดูดเที่ยวบินต่างๆ ก็เป็นปัจจัยที่น่าจับตามอง

      โดยท่าอากาศยานในอาเซียนที่มีผู้โดยสารเดินทางมาเยือนมากที่สุด 20 อันดับแรกของโลกคือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของไทย ท่าอากาศยานซางงีของสิงคโปร์ และท่าอากาศยานซูการ์โน ฮัตตา ของอินโดนีเซีย สำหรับไทยแล้ว ควรเร่งพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการท่าอากาศยานให้ทัดเทียมสิงคโปร์เพื่อรองรับเที่ยวบินจากทั่วโลกได้ ในขณะที่ควรจับตามองเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม เนื่องจากภูมิประเทศที่อยู่ไม่ไกลจากไทยนักทำให้มีจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์เชื่อมต่อกับประเทศในอาเซียนได้เช่นกัน อีกทั้งเวียดนามยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม จึงอาจทำให้เวียดนามเป็นประเทศที่น่าสนใจและดึงดูดเที่ยวบินจำนวนมากได้ในอนาคต

          จากจุดแข็งทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยที่ตั้งอยู่กึ่งกลางภูมิภาคอาเซียน ภาครัฐจึงได้มีการวางนโยบายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค โดยเมื่อเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ที่มีการวางเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางทางการบินเช่นกันแล้ว พบว่าไทยและสิงคโปร์มีเส้นทางการบินเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกใกล้เคียงกัน และหากพิจารณาเฉพาะการเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียนแล้วก็ยังพบว่า ไทยและสิงคโปร์มีเที่ยวบินเชื่อมต่อประเทศสมาชิกอาเซียนในเมืองต่างๆ ใกล้เคียงกันอีกด้วย อนึ่งหากพิจารณาเฉพาะประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม (CLMV) ซึ่งเป็นประเทศที่ศักยภาพในการดึงดูดการค้า การลงทุนรวมถึงการท่องเที่ยว เนื่องจากตลาดยังสามารถเติบโตได้อีกมาก จะพบว่าไทยมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศดังกล่าวมากกว่า โดยไทยมีเที่ยวบินเชื่อมต่อเมืองต่าง ๆ ในกลุ่มประเทศ CLMV มากกว่าสิงคโปร์ 123 เที่ยวบินต่อสัปดาห์  อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านท่าอากาศยาน จากผลการจัดอันดับของสถาบันการจัดอันดับ เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม (World Economic Forum: WEF) พบว่า ในปี 2555 คุณภาพโครงสร้างพื้นฐานทางด้านท่าอากาศยานของ อยู่ในลำดับที่ 33 ของโลก ขณะที่สิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 1

           ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า หากประเทศไทยยังคงไม่เร่งพัฒนาคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดึงดูดเที่ยวบินต่างๆ ให้มาใช้บริการแล้ว เป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางทางการบินภูมิภาคก็คงยังอยู่ห่างไกล ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงการพัฒนาระบบโครงข่ายการคมนาคมระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศสมาชิกข้างเคียงที่ได้รับประโยชน์จากตลาดขนาดใหญ่ของอาเซียนเช่นกัน

      แผนผังเว็บไซต์ | เงื่อนไขการใช้บริการ ©สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2556 บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
      400/22 อาคารธนาคารกสิกรไทย ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์: 0-22731144 โทรสาร: 0-22701018, 0-22701235, 0-22701569, 0-22714032