22 กันยายน 2014
      จับตาคลื่นการลงทุนระลอกที่สองจากญี่ปุ่น ... สะท้อนการเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตร่วมในภูมิภาคอาเซียน (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2542)

       

      ในปี 2556 เม็ดเงินลงทุนจากญี่ปุ่นหลั่งไหลเข้ามาในอาเซียนด้วยมูลค่าเงินลงทุนโดยตรงสุทธิกว่า 23.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขยายตัวเฉลี่ยกว่าร้อยละ 30 ต่อปีในช่วงปี 2551-2556 โดยกระแสการลงทุนในอาเซียนครั้งนี้ มีลักษณะคล้ายกับการลงทุนในช่วงปี 2528-2533 ซึ่งนับเป็นคลื่นลงทุนระลอกแรก จากการบรรลุข้อตกลงพลาซ่าจนทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่ามาก ส่งผลให้ญี่ปุ่นต้องย้ายฐานการผลิตออกนอกประเทศ

      การที่ญี่ปุ่นเลือกลงทุนในอาเซียนมากในครั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความท้าทายที่เกิดขึ้นในประเทศจีน ซึ่งเคยเป็นแหล่งลงทุนที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้นและการแข็งค่าของเงินหยวน รวมถึงข้อพิพาทในทะเลจีนตะวันออก ประกอบกับตลาดภายในประเทศญี่ปุ่นเองที่ซบเซา ส่งผลให้ภูมิภาคอาเซียนเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆของนักลงทุนญี่ปุ่น ด้วยขนาดตลาดที่ใหญ่ มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง และมีต้นทุนค่าแรงที่ต่ำ ซึ่งประเทศที่น่าจับตาได้แก่ อินโดนีเซียและเวียดนามที่มีอัตราการขยายตัวของ FDIs จากญี่ปุ่นเฉลี่ยร้อยละ 39.8 และ 24.4 ต่อปีในช่วงปี 2551-2556 ตามลำดับ โดยญี่ปุ่นเน้นลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลเป็นหลัก นอกจากนี้ เวียดนามและอินโดนีเซียยังเป็น 2 ประเทศแรก นอกเหนือจากไทยที่ญี่ปุ่นพิจารณา หากต้องย้ายฐานการผลิตออกจากจีนตามนโยบาย “China Plus One”

      ถึงแม้อินโดนีเซียและเวียดนามจะตีตื้นไทยขึ้นมาในแง่ของการได้รับเม็ดเงินลงทุนจากญี่ปุ่น หากแต่นักลงทุนญี่ปุ่นญี่ปุ่นยังคงให้ความสำคัญกับไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนภายใต้ยุทธศาสตร์ “Thailand Plus One” ที่ตั้งเป้าให้ประเทศเพื่อนบ้านของไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตของภูมิภาค โดยอาศัยประโยชน์จากต้นทุนแรงงานที่มีราคาต่ำและการเป็นฐานการผลิตร่วมกันในภูมิภาคตามกรอบ AEC ดังนั้น การเลือกลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านของญี่ปุ่น จึงไม่ได้เป็นการแข่งขันกับประเทศไทยโดยตรงในปัจจุบัน หากแต่เป็นนโยบายที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการไทยและรัฐบาลควรร่วมมือกันส่งเสริมความน่าสนใจในการลงทุนของประเทศไทยในระยะยาว ผ่านปัจจัยต่างๆ อาทิ การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้ก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ รวมถึงการเร่งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น

      แผนผังเว็บไซต์ | เงื่อนไขการใช้บริการ ©สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2556 บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
      400/22 อาคารธนาคารกสิกรไทย ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์: 0-22731144 โทรสาร: 0-22701018, 0-22701235, 0-22701569, 0-22714032