Display mode (Doesn't show in master page preview)

9 พฤษภาคม 2562

Econ Digest

มาตรการระยะสั้น ลดปริมาณส่งออก ดันราคายางไตรมาส 2/62

การประชุมสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ (ITRC) ซึ่งมีสมาชิกได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เมื่อ วันที่ 4-5 มีนาคม 2562 ได้ข้อสรุปให้ลดปริมาณส่งออกยางพาราร่วมกัน จำนวน 2.4 แสนตัน (ไทย 1.26 แสนตัน) เพื่อช่วยพยุงราคายางช่วงที่ราคาตกต่ำ อาจช่วยดันราคายางช่วงไตรมาส 2/2562 ให้ไปอยู่ที่ราว 43.0 บาทต่อกิโลกรัม จาก 41.9 บาท ในไตรมาสแรก อย่างไรก็ตาม มาตรการควบคุมปริมาณการส่งออกยาง อาจช่วยผลักดันราคาได้ไม่มากนัก เนื่องจากปัจจุบัน ประเทศผู้ผลิตยางพาราไม่ได้มีเพียงไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย แต่ยังมีประเทศผู้ผลิตหน้าใหม่ในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ที่มีบทบาทมากขึ้น หลังจากพื้นที่ปลูกยางที่นักลงทุนจีนเข้าไปลงทุนใน CLMV เริ่มให้ผลผลิตและได้มีการส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้น จึงทำให้ปริมาณการส่งออกยางพาราในตลาดโลกไม่ได้ลดลงมากนัก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ราคายางพาราในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 จะทยอยปรับตัวลดลงอยู่ในกรอบ 37.5-40.9 บาทต่อกิโลกรัม จากอุปทานยางพาราของโลกที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะไทยที่จะมีผลผลิตยางออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี และปัจจัยฉุดตลาดที่สำคัญยังมีอยู่ต่อเนื่องจากช่วงครึ่งแรกของปี เช่น ความต้องการจากจีนที่ชะลอลง ตลอดจนราคาน้ำมันดิบที่เป็นสินค้าทดแทนยางพารา ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ทำให้ราคายางพาราปี 2562 จะยังให้ภาพที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ โดยคาดว่าราคายางพาราเฉลี่ยในปี 2562 อาจอยู่ที่ราว 40.8-41.2 บาทต่อกิโลกรัม หรือหดตัว 0.8-1.7%

ความพยายามในการผลักดันราคายางผ่านการควบคุมปริมาณการส่งออกยางของ 3 ประเทศในระยะยาว อาจมีความเป็นไปได้น้อยในการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ เนื่องจากอุปสงค์และอุปทานยางในตลาดโลกเป็นปัจจัยกดดันราคายาง จึงเป็นโจทย์ท้าทายของภาครัฐในการประคับประคองสถานการณ์ราคายางผ่านมาตรการต่างๆ ที่จะเข้ามาช่วยเหลือชาวสวนยางทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป

#ยางพารา #เกษตร

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest