Display mode (Doesn't show in master page preview)

15 กรกฎาคม 2562

Econ Digest

จีนเกิดโรคระบาดในสุกร...นำเข้าโปรตีนชนิดอื่นทดแทน สร้างโอกาสไก่จากไทย คาดปี ‘62 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ไปจีน โต 265-280% มูลค่า 230-240 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

​​โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ที่กำลังระบาดในจีน ทำให้จีนอาจประสบปัญหาการขาดแคลนเนื้อสุกรเพื่อการบริโภคในประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องนำเข้าแหล่งโปรตีนชนิดอื่นๆ จากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะส่งผลบวกต่อสินค้าปศุสัตว์ไทยที่สามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ไก่ คาดว่าปี 2562 ไทยสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ไปจีน คิดเป็นมูลค่า 230-240 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโตถึง 265-280% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ดี คงจะต้องจับตาราคาไก่ภายในประเทศที่อาจปรับเพิ่มสูงขึ้น หลังจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ไปจีนเติบโตแบบก้าวกระโดด  สำหรับทิศทางการส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ของไทยไปจีนหลังจากผ่านพ้นวิกฤตโรคระบาด ASF ไปแล้ว น่าจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขันเป็นสำคัญ 

ภาพรวมการส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ของไทยในปีนี้ นอกจากปัจจัยบวกในตลาดจีนแล้ว การส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ไทยไปยังตลาดหลักอย่างญี่ปุ่น ก็มีแนวโน้มที่จะขยายตัวดีต่อเนื่องจากปีก่อน แต่ต้องจับตาคู่แข่งรายใหม่อย่าง เวียดนาม ที่คาดว่าในระยะต่อไปจะเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดได้เพิ่มขึ้น รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาทที่อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการแข่งขันด้านราคาได้ยากขึ้น เมื่อเทียบกับคู่แข่งสำคัญในตลาดโลกอย่าง บราซิล สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป  ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ไทยไปยังตลาดโลกในปี 2562 จะมีโอกาสเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 11.8% (YoY) โดยมีสินค้าศักยภาพที่สำคัญคือ ผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูป


Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest