Display mode (Doesn't show in master page preview)

31 มกราคม 2563

Econ Digest

โคโรน่า ระบาด 1 เดือน ทำเศรษฐกิจจีนเสียหายเท่าไหร่?

             ​ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ยังคงทวีความรุนแรงต่อเนื่อง นำมาซึ่งการใช้มาตรการสูงสุดของทางการจีนเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายของโรค ทั้งการระงับการสัญจรเข้าออกเมืองและการคมนาคมขนส่งในเมือง การระงับการดำเนินธุรกิจและจัดการท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ของผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีน การสั่งปิดสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมืองอื่น ๆ รวมถึงการขยายระยะเวลาช่วงวันหยุดตรุษจีนออกไปอีก 3 วัน
               เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคคาบเกี่ยวกับช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวจีนมีการเดินทางท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดครั้งนี้ต่อเศรษฐกิจจีนเบื้องต้นในระยะเวลา 1 เดือน อาจสูงถึง 3 แสนล้านหยวน คิดเป็น 0.3% ของ GDP จีนทั้งปี ส่วนใหญ่เป็นความเสียหายต่อเศรษฐกิจจีนช่วงเทศกาลตรุษจีน (1 สัปดาห์) ราว 2.15 แสนล้านหยวน คิดเป็น 70% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด ทำให้เศรษฐกิจจีนปี 2563 อาจโตต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 5.5%-5.9% โดยผลกระทบหลักเป็นในส่วนของภาคการค้าปลีก คิดเป็นมูลค่าราว 1.3 แสนล้านหยวน หรือ 4% ของมูลค่าการค้าปลีกเฉลี่ยในช่วงเดือน ม.ค. - ก.พ. 2562 รองลงมาคือภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการบริโภคและการท่องเที่ยว คิดเป็นมูลค่าราว 9 หมื่นล้านหยวน และภาคการขนส่งระหว่างเมืองและภายในเมือง คิดเป็นมูลค่าราว 8 หมื่นล้านหยวน
​               ทั้งนี้ คาดว่าหากการแพร่ระบาดของของเชื้อไวรัส 2019-nCoV ยื้ดเยื้อยาวนานเกิน 3 เดือน โอกาสที่การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนปี 2563 จะลงไปต่ำกว่า 5.0% ก็คงมีมากขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้ ยังต้องจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนเมื่อผ่านพ้นการแพร่ระบาดแล้ว เพื่อชดเชยความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ท่ามกลางความสามารถในการใช้เครื่องมือทางการคลังของจีนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับจำกัด ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะคอยประเมินสถานการณ์เป็นระยะ และจะปรับปรุงตัวเลขทางเศรษฐกิจอีกครั้ง หากมีพัฒนาการใหม่ของระดับความรุนแรง ขอบเขตและความยืดเยื้อของการแพร่ระบาดในระยะข้างหน้า


Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest