Display mode (Doesn't show in master page preview)

14 กุมภาพันธ์ 2563

Econ Digest

ดัชนี KR-ECI ร่วงต่ำสุดในรอบ 6 ปี

            ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ปรับตัวลดลงจาก 42.4 ในเดือนธ.ค. 2562 มาอยู่ที่ 40.6 ในเดือนม.ค. 2563 นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 72 เดือน จากความกังวลที่เพิ่มขึ้นในทุกด้าน โดยเฉพาะรายได้และการมีงานทำ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้สำรวจเพิ่มเติมเรื่องการจ้างงานในองค์กรที่ครัวเรือนสังกัดหรือเป็นเจ้าของ พบว่า 43.6% ของครัวเรือนที่สำรวจในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลชี้ว่า องค์กรที่ตนสังกัดหรือเป็นเจ้าของมีการชะลอรับพนักงานใหม่ ลดเวลาทำงานล่วงเวลา และมีการเลิกจ้างซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 7.4% ของครัวเรือนที่สำรวจ สอดคล้องกับจำนวนโรงงานที่ขอปิดกิจการในเดือนม.ค. 2563 ที่อยู่ที่ 222 โรงงาน เพิ่มขึ้นสูงถึง 63.2% YoY นอกจากนี้ ราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มสูงขึ้นก็ทยอยส่งผลกระทบมากขึ้นต่อการครองชีพของครัวเรือนในเดือนม.ค. 2563 โดยเฉพาะราคาอาหารสดที่เพิ่มขึ้น 0.83% จากเดือนก่อนหน้า และราคาเวชภัณฑ์โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยที่ปรับตัวสูงขึ้นมากหลังการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และปัญหาฝุ่น PM 2.5 

               สำหรับดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) อยู่ที่ระดับ 40.5 ในการสำรวจช่วงเดือนม.ค. 2563 ทรุดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ระดับ 42.2 โดยครัวเรือนกังวลมากขึ้นต่อภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของตนเองในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (ก.พ.-เม.ย. 2563) โดยเฉพาะในเรื่องราคาสินค้าและบริการที่ครัวเรือนมองว่าจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง 

                 ​ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพครัวเรือนไทยช่วงครึ่งแรกปี 2563 จากที่เปราะบางอยู่แล้ว จากผลของเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวต่อเนื่องและปัญหาการขาดแคลนน้ำจากภาวะภัยแล้ง จะเปราะบางยิ่งขึ้นจากการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ครัวเรือนมีค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพสูงขึ้น อย่างไรก็ดี การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่หลายแห่ง หลัง กนง. มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ต่อปี น่าจะช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินของครัวเรือนและภาคธุรกิจได้ระดับหนึ่ง 



Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest