Display mode (Doesn't show in master page preview)

24 มกราคม 2563

Econ Digest

ดัชนี KR-ECI เป็นบวก พบ...ครัวเรือนไทยคลายกังวล กับรายได้และการมีงานทำ

​ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) เดือนธ.ค. 2562 อยู่ที่ระดับ 42.4 ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 42.0 ในเดือนพ.ย. 2562 โดยครัวเรือนมีความกังวลลดลงในเรื่องรายได้และการมีงานทำ ส่วนหนึ่งเพราะปัจจัยฤดูกาลอย่างการปรับขึ้นค่าจ้างประจำปีของหน่วยงานเอกชน และราคาสินค้าเกษตรหลายรายการปรับตัวสูงขึ้น ช่วยหนุนรายได้ครัวเรือนเกษตร อย่างไรก็ดี แม้ดัชนีฯ ในเดือนธ.ค. 2562 จะขยับขึ้นจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างมาก

ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) อยู่ที่ระดับ 42.2 ในการสำรวจช่วงเดือนธ.ค. 2562 ทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนพ.ย. 2562 ที่อยู่ที่ระดับ 42.1 โดยครัวเรือนยังมีความกังวลในเรื่องรายได้ การมีงานทำ และภาระหนี้สินในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (ม.ค.-มี.ค. 2563) นอกจากนี้ ดัชนีฯ อีก 3 เดือนข้างหน้ายังอยู่ในระดับต่ำกว่าดัชนีฯ ในปัจจุบัน (ธ.ค. 2562) สะท้อนมุมมองของครัวเรือนที่มีความกังวลต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยช่วงครึ่งแรกปี 2563 ยังคงเปราะบางและเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยง ทั้งการจ้างงานในประเทศ ปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคและการใช้ในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ปัญหาฝุ่นละอองที่อาจเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของครัวเรือน อย่างไรก็ดี ภาครัฐได้พยายามออกมาตรระยะสั้นและระยะยาวทั้งการปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วง การปรับลดค่าทางด่วนสำหรับผู้ที่ใช้บัตรอีซี่พาส และการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในเดือนม.ค. 2563 ซึ่งน่าจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพได้บางส่วน

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest