เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3/2569 ยังพึ่งพาภาคการส่งออกเป็นสำคัญ
- ไตรมาส 3/2569 เศรษฐกิจจีนเติบโตเร่งขึ้นอยู่ที่ 4.5%YoY จาก 4.3%YoY ในไตรมาส 2/2569 สนับสนุนให้ 9 เดือนแรกของปี 2569 เศรษฐกิจจีนเติบโตได้ที่ 4.6%YoY อยู่ในกรอบเป้าหมายของภาครัฐที่ 4.5-5.0% ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการส่งออกที่เร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงที่เติบโตแข็งแกร่งตามอุปสงค์โลก ทั้งนี้ อุปสงค์ในประเทศยังอ่อนแอ และการลงทุนในประเทศหดตัวเพิ่มขึ้นจากภาคอสังหาริมทรัพย์ (รูปที่ 1)
การพึ่งพาการส่งออกเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจจีนเปราะบางต่อแรงกระแทกจากภายนอก ขณะที่ดุลการค้าที่เกินดุลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงต่อมาตรการกีดกันทางการค้าจากประเทศคู่ค้าเพิ่มเติม
- แม้สหรัฐฯ จะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ากับจีนตั้งแต่ช่วงเม.ย.68 แต่การส่งออกจีนยังคงเร่งตัวขึ้นได้ โดย 9 เดือนแรกของปี 2569 ส่งออกจีนเติบโตแข็งแกร่งอยู่ที่ 21.3%YoY เนื่องจากจีนมีการขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศอื่น เช่น อาเซียน และสหภาพยุโรป (EU) รวมถึงการส่งออกสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยีที่เร่งตัวขึ้น (รูปที่ 2) ส่งผลให้จีนยังคงเกินดุลการค้าได้ต่อเนื่อง (รูปที่ 3)
- การขยายตลาดการส่งออกของจีนไปยังประเทศต่าง ๆ ประกอบกับการเกินดุลการค้าที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอาจสร้างแรงกดดันให้กับผู้ผลิตในประเทศคู่ค้า ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จีนจะเผชิญความขัดแย้งทางการค้ากับประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากสหรัฐฯ โดยล่าสุดทางจีนและEU ได้มีการเจรจาทางการค้าระหว่างกัน เบื้องต้น EU ได้เตรียมกำหนดเพดานการนำเข้ารถ Hybrid ของจีนไม่เกิน 3.5 แสนคันต่อปี และจะมีการปรับเพิ่มเพดานปีละ 6% เป็นระยะเวลา 4 ปี รวมถึงคาดว่าจะมีมาตรการทางการค้าในสินค้าอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักร เป็นต้น
- ท่ามกลางความเสี่ยงที่ประเทศคู่ค้าจะเพิ่มมาตรการกีดกันทางการค้ากับจีนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจครอบคลุมถึงการปรับขึ้นภาษี จำกัดการนำเข้า และมาตรการเฉพาะรายสินค้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงภาคการผลิต และการลงทุนในแต่ละอุตสาหกรรมของจีน ดังนั้น แม้การส่งออกที่แข็งแกร่งจะยังช่วยประคับประคองเศรษฐกิจจีนได้ แต่การพึ่งพาอุปสงค์นอกประเทศทำให้ทิศทางเศรษฐกิจเปราะบางต่อมาตรการกีดกันทางการค้า และเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้นในระยะข้างหน้า
ขณะที่การเปลี่ยนผ่านไปสู่การพึ่งพาอุปสงค์ในประเทศคาดยังต้องใช้เวลา ท่ามกลางความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อยู่ในระดับต่ำ และความไม่แน่นอนของรายได้
แม้ทางการจีนจะพยายามที่จะมุ่งเน้นให้เศรษฐกิจพึ่งพาอุปสงค์ในประเทศเพิ่มขึ้น แต่การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน เช่น
1. ความเชื่อมั่นครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ จากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้อุปสงค์ในประเทศยังเติบโตชะลอลงสะท้อนจากตัวเลขยอดค้าปลีก 9 เดือนแรกของปี 2569 ที่อยู่ที่ 1.1%YoY จาก 1.3%YoY ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569
2. ความไม่แน่นอนด้านการจ้างงาน เนื่องจากจีนกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปพึ่งพาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น จากเดิมที่พึ่งพาการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ซึ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอาจไม่สามารถสร้างการจ้างงานทดแทนภาคเศรษฐกิจเดิมได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากอุตสาหกรรมใหม่อาจต้องการทักษะเฉพาะ และการนำเทคโนโลยีเข้ามาอาจลดความต้องการแรงงานในบางตำแหน่งได้ นอกจากนี้ แรงงานบางส่วนยังทำงานในรูปแบบ platform หรือ gig worker เพิ่มขึ้น ซึ่งมีความไม่แน่นอนของรายได้สูง และความมั่นคงต่ำ ทำให้ครัวเรือนเพิ่มการออม และชะลอการใช้จ่ายซึ่งเป็นข้อจำกัดต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนมุ่งเน้นการสนับสนุนและยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายรวมถึงการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากกว่าการเร่งการเติบโตในวงกว้างเหมือนในอดีต
- ช่วงไตรมาส 3/2569 ทางการจีนทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาหลายด้าน โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเฉพาะด้าน และเสริมสร้างศักยภาพการเติบโตในระยะยาว สะท้อนจากแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น
1. ภาคอสังหาริมทรัพย์ ทางการจีนออกมาตรการเพื่อบรรเทาปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ผ่านการขยายระยะเวลาสินเชื่อจำนองให้ยาวขึ้นสูงสุดอยู่ที่ 40 ปี จากเดิมอยู่ที่ 30 ปี รวมถึงการอุดหนุนดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อบ้านหลังแรกภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และการสนับสนุนให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำหน่ายบ้านที่สร้างเสร็จแล้วเพื่อลดความเสี่ยงการส่งมอบที่อยู่อาศัย
2. การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ธนาคารกลางจีนปรับลดดอกเบี้ยโครงการเงินกู้เสริมแบบมีหลักประกัน (Pledge Supplementary Lending – PSL) ลงอยู่ที่ 1.5% จาก 1.75% พร้อมขยายขอบเขตการสนับสนุนไปไปสู่โครงการ Six Network Program (โครงข่ายโครงสร้างพื้นฐาน 6 ด้าน) ซึ่งมีความสำคัญจำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยีในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางจีนยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (7-days reverse repo) ไว้ที่ระดับเดิม
ปี 2569 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตอยู่ในกรอบเป้าหมายทางการที่ 4.5-5.0%
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากปีก่อน แต่ยังเติบโตอยู่ในกรอบเป้าหมายล่างของทางการจีนที่ 4.5% โดยการส่งออกที่มีทิศทางเติบโตแข็งแกร่งคาดไม่สามารถชดเชยความอ่อนแอในภาคการบริโภค และการลงทุนในประเทศได้ ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนเน้นเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างสอดคล้องกับทิศทางนโยบายของทางการจีนที่เน้นการเติบโตเชิงคุณภาพและการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น