Display mode (Doesn't show in master page preview)

27 สิงหาคม 2569

Econ Digest

การส่งออกไทยในเดือน ก.ค. 2569 ขยายตัวใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ ทั้งปี 2569 คงคาดการณ์ที่ 14.0%

คะแนนเฉลี่ย

การส่งออกไทยเดือนก.ค. 2569 ขยายตัวที่ 21.6%YoY ใกล้เคียงกับที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ไว้ โดยการเติบโตเกินกว่า 60% มาจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ 
การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์กลับมาขยายตัวเร่งขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ที่ 67.8% YoY (Contribution to export growth 14.5%) โดยการขยายตัวราวครึ่งหนึ่งของการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์เป็นการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ที่ยังได้รับอานิสงส์ของความต้องการ AI และ Data Center และการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยในรายการสำคัญยังได้รับการยกเว้นภาษีจากสหรัฐฯ อาทิ ชิ้นส่วนโทรคมนาคม รองลงมาเป็นการส่งออกไปตลาดจีนที่ขยายตัวเร่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน (รวม HDD)
การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปขยายตัวเร่งขึ้นที่ 120.1% YoY โดยส่งออกไปยังประเทศในอาเซียนเป็นสำคัญ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมายกระดับขึ้นอีกครั้งในเดือนก.ค. 2569 ประกอบกับได้รับปัจจัยหนุนจากการอนุมัติส่งออกน้ำมันเครื่องบินไปยังเวียดนาม และฟิลิปปินส์ และของรัฐบาล เมื่อช่วงเดือนพ.ค. 2569 เพื่อลดปัญหาน้ำมันคงคลังในประเทศ
การส่งออกสินค้าอื่นๆ นอกจากอิเล็กทรอนิกส์และน้ำมันสำเร็จรูปขยายตัวเร่งขึ้นเล็กน้อยที่ 6.5% YoY โดยสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ หลายรายการยังขยายตัวได้แม้เผชิญภาษีนำเข้าจากสูงขึ้น ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ตู้เย็น เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ขณะที่การส่งออกรถยนต์และส่วนประกอบยังขยายตัวได้ โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด 
 
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกและการนำเข้าไทยในปี 2569 อยู่ที่ 14.0% และ 27.0% ตามลำดับ หลังจากตัวเลขส่งออกและนำเข้าเดือนก.ค. 2569 ค่อนข้างสอดคล้องกับที่คาดการณ์ไว้ โดยยังคงมุมมองต่อแนวโน้มการส่งออกและนำเข้าในช่วงที่เหลือของปีจะชะลอลง หลังจากการเร่งตัวของกิจกรรมการค้าในช่วงก่อนหน้า ท่ามกลางความเสี่ยงจากมาตรการการค้าของสหรัฐฯ 

ไทยมีแนวโน้มขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ราว 50,000 ล้านดอลลาร์ฯ ในปีนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี หลายประเทศในอาเซียนเผชิญการขาดดุลการค้าจากการนำเข้าพลังงานที่มีราคาสูงขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการนำเข้าสินค้าทุนและเครื่องจักรเพื่อรองรับการลงทุนและเพื่อการส่งออก ขณะที่ไทยขาดดุลสูงสุดในภูมิภาค โดยอาจมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากการนำเข้าสินค้าเพื่อรองรับการลงทุน Data Center ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ไทยมีแนวโน้มเผชิญการขาดดุลการค้าต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ แม้การขาดดุลรายเดือนคาดว่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในเดือนเม.ย. 2569
รูปที่ 3 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ไทยขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดในภูมิภาค  
นอกจากนี้ ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/2569 เป็นต้นไป การนำเข้าของไทยอาจมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากมาตรการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภาครัฐ ซึ่งอาจหนุนการนำเข้าสินค้าจากจีน เช่น โซลาร์รูฟท็อปและรถยนต์ไฟฟ้า และเงื่อนไขการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลให้ไทยต้องนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม อาทิ เครื่องบิน พลังงาน และสินค้าเกษตร เพื่อแลกกับอัตราภาษีที่สามารถรักษาระดับการแข่งขันได้ อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามรายละเอียดที่จะออกมาในระยะข้างหน้า

มาตรการภาษีสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอนสูงและเป็นความเสี่ยงต่อการส่งออกไทย ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลกระทบชัดขึ้นในปี 2570 โดยเฉพาะการพิจารณามาตรา 301 ประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) ตลอดจน ความกังวลเกี่ยวกับการถ่ายลำสินค้า (Transshipment) ที่ยังต้องรอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม



Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น