สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท
•
เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน ก่อนฟื้นตัวได้เล็กน้อยท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ เงินบาททยอยอ่อนค่าตามสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นจากสถานการณ์ไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง หลังปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ร่วงลงหลุดแนว 4,200 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นตามสัญญาณกังวลเงินเฟ้อจากเจ้าหน้าที่เฟด การปรับสูงขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ประกอบกับยังมีปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ (อาทิ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และข้อมูล PMI ภาคการผลิตเดือนก.ย.) ที่ออกมาค่อนข้างดี และหนุนแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟดในระยะข้างหน้า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือนที่ 33.71 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะฟื้นตัวแข็งค่ากลับมาบางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์หลังราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลง ประกอบกับแรงหนุนของเงินดอลลาร์ฯ ชะลอลงบางส่วนก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 5-9 ต.ค. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.20-33.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.ย. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางบอนด์ยีลด์ทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ บันทึกการประชุมเฟดเมื่อ 15-16 ก.ย. ตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์ในมุมมองผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนก.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนต.ค. ของสหรัฐฯ ตลอดจนดัชนี PMI ภาคบริการเดือนก.ย. ของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
•
ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ แต่ฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ SET index ปรับตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางซึ่งยังคงยืดเยื้อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งส่งผลให้เกิดแรงเทขายหุ้นหลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มธุรกิจการเงินและขนส่ง นอกจากนี้ แรงขายในช่วงสิ้นไตรมาส 3/2569 จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศก็มีส่วนทำให้ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี หลังจากหลุดแนว 1,600 จุดและปรับตัวลงไปเกือบ 50 จุด ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อคืนหุ้นหลายกลุ่มเข้ามาหนุน นำโดยหุ้นกลุ่มแบงก์ เทคโนโลยี และพลังงานที่มีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง
• สัปดาห์ที่ 5-9 ต.ค. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,550 และ 1,525 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,590 และ 1,615 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ย. ของไทย สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศ สัญญาณในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนก.ย. ของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ บันทึกการประชุมเฟด ตลอดจนดัชนีราคาผู้ผลิตและยอดค้าปลีกเดือนส.ค. ของยูโรโซน
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น