Display mode (Doesn't show in master page preview)

4 กันยายน 2569

Econ Digest

ค่าเงินบาท และตลาดหุ้นไทย (สัปดาห์ที่ 31 ส.ค. - 4 ก.ย. 2569)

คะแนนเฉลี่ย

​​​​สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท


• เงินบาทพลิกแข็งค่าผ่านแนว 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ตามเงินเยนที่แข็งค่าและการลดความคาดหวังว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้ ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ โดยแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 1 เดือนที่ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางแรงกดดันจากการปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลกและการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟด หลังถ้อยแถลงของประธานเฟดสะท้อนความกังวลว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจยังอยู่สูงกว่าเป้าหมายอีกระยะหนึ่ง นอกจากนี้ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้นยังหนุนให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับสูงขึ้น และเพิ่มแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย สวนทางกับสกุลเงินเอเชียและเงินบาทที่ทยอยอ่อนค่าลง อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกแข็งค่าผ่านแนว 33.00 ในช่วงกลางสัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินเอเชียที่แข็งค่าขึ้นตามเงินเยน หลังมีสัญญาณว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้าตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ BOJ หนุนมุมมองเชิงคุมเข้มมากขึ้น นอกจากนี้ เงินบาทยังได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของราคาทองคำในตลาดโลกด้วยเช่นกัน
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 7-11 ก.ย. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.50-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนส.ค. ของไทย ทิศทางฟันด์โฟลว์ต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนส.ค. ของสหรัฐฯ การประชุม ECB และตัวเลขเศรษฐกิจเดือนส.ค. ของจีน อาทิ ข้อมูลการส่งออก ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิต

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

• ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน แต่พลิกกลับมาปิดบวกได้ในช่วงท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ SET index ปรับตัวขึ้นช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ตามแรงซื้อหุ้นกลุ่มแบงก์และเทคโนโลยี ก่อนจะร่วงลงแรงจนถึงช่วงกลางสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมีแรงกดดันจากปัจจัยลบในต่างประเทศ ได้แก่ โอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หลังประธานเฟดส่งสัญญาณกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เงินเฟ้อสหรัฐฯ รวมถึงสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้เกิดแรงเทขายหุ้นหลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มไฟแนนซ์ กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มขนส่ง อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยกลับมาแกว่งตัวกรอบแคบในเวลาต่อมาก่อนจะดีดตัวขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดซึ่งสนับสนุนให้เฟดคงดอกเบี้ยในรอบการประชุมที่จะถึงนี้ ช่วยคลายความกังวลบางส่วนต่อประเด็นทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ส่งผลให้มีแรงซื้อคืนหุ้นหลายกลุ่ม
• สัปดาห์ที่ 7-11 ก.ย. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,570 และ 1,550 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,605 และ 1,630 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนส.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนส.ค. ของสหรัฐฯ และจีน การประชุม ECB ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของยูโรโซนและญี่ปุ่น 




Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น