สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท
•
เงินบาทปรับตัวในกรอบแคบ แต่ทยอยแข็งค่าขึ้นช่วงปลายสัปดาห์ ทั้งนี้ เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือนครั้งใหม่ที่ 33.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ (อ่อนค่าสุดนับตั้งแต่ 27 ก.ค. 2569) สวนทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีและ 30 ปีปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 24 ปี) และบันทึกการประชุมเฟด ซึ่งสะท้อนท่าทีกังวลเงินเฟ้อ และหนุนการคาดการณ์ว่า แม้เฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุม FOMC เดือนนี้ แต่มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมก่อนสิ้นปี นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีปัจจัยหนุนทางอ้อมจากการอ่อนค่าของเงินยูโรท่ามกลางความกังวลต่อประเด็นด้านการคลังของหลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากการย่อตัวลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางผ่อนคลายลงบางส่วน (ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า หลังจากได้มีการพูดคุยกับอิหร่าน สหรัฐฯ จะยังไม่โจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พ.ย. นี้)
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 12-16 ต.ค. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.30-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมัน ทองคำ และบอนด์ยีลด์ทั่วโลก รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกของ IMF ดัชนี CPI และ PPI เดือนก.ย. ของสหรัฐฯ และจีน ดัชนี PPI เดือนก.ย. ของญี่ปุ่น ดัชนี CPI เดือนก.ย. ของยูโรโซน ตลอดจนยอดค้าปลีกเดือนก.ย. ของสหรัฐฯ และรายงาน Beige Book ของเฟด
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
•
ดัชนีหุ้นไทยปิดใกล้เคียงสัปดาห์ก่อนท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ SET index ปรับตัวขึ้นช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ โดยมีปัจจัยหนุนจากคาดการณ์เรื่องการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในการประชุมเดือนต.ค. นี้ ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลทยอยคลี่คลายลง รวมถึงมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศ และแรงซื้อหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี-โรงกลั่นรับอานิสงส์ราคาน้ำมันในตลาดโลกย่อตัวลงและรายงานข่าวเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในธุรกิจปิโตรเคมี ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงในเวลาต่อมาตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด หลังมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ เตรียมแผนโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ส่งผลให้เกิดแรงขายหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม นอกจากนี้ รายงานข่าวเกี่ยวกับการเตรียมพิจารณาจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศก็เป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมที่กดดันหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมาปธน.โดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยว่า จะยังไม่โจมตีอิหร่านในระยะนี้ ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลลงและหนุนให้ดัชนีหุ้นไทยกลับมาปรับขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์
• สัปดาห์ที่ 12-16 ต.ค. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,550 และ 1,525 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,590 และ 1,615 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนี CPI และ PPI เดือนก.ย. ของสหรัฐฯ และจีน ยอดค้าปลีก และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย. ของสหรัฐฯ ตลอดจนดัชนี CPI เดือนก.ย. ของยูโรโซน
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น