Display mode (Doesn't show in master page preview)

31 กรกฎาคม 2569

Econ Digest

ค่าเงินบาท และตลาดหุ้นไทย (สัปดาห์ที่ 27-31 ก.ค. 69)

คะแนนเฉลี่ย

​​

สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท​
• เงินบาทพลิกแข็งค่า แตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาคและการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำในตลาดโลก สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่เผชิญแรงขาย หลังมีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านระงับการโจมตีโต้ตอบกันเป็นการชั่วคราวในช่วงต้นสัปดาห์ นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังอ่อนค่าลงจากผลการประชุมเฟดล่าสุดซึ่งสะท้อนว่า เฟดอาจยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบการประชุมใกล้ ๆ นี้ เพราะแม้ประธานเฟดจะแสดงท่าทีกังวลต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อ แต่ก็ระบุเพิ่มเติมว่า หากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อัตราดอกเบี้ยก็อาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เฟดจะนำมาใช้ แต่ดอกเบี้ยอาจไม่ใช่คำตอบเดียวของการสกัดความเสี่ยงเงินเฟ้อ อนึ่ง ในการประชุมเมื่อ 28-29 ก.ค. ที่ผ่านมา เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่กรอบ 3.50-3.75% ตามเดิมและมีสมาชิก FOMC ถึง 3 รายที่โหวตให้ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ เงินบาทเพิ่มช่วงบวกได้ต่อเนื่องไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ที่ 33.321 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ มีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาอ่อนแอกว่าที่คาด
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 3-7 ส.ค. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.00-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ข้อมูลตลาดแรงงานเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน ยูโรโซน และอังกฤษ รวมถึงตัวเลขการส่งออกเดือนก.ค. ของจีน

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยปิดต่ำกว่าสัปดาห์ก่อน แม้จะฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 1,600 จุดได้ในช่วงท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ SET index ร่วงลงแรงในช่วงต้นสัปดาห์ โดยเผชิญแรงกดดันหลัก ๆ จากหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง (เนื่องจากรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาต่ำกว่าคาด) ประกอบกับมีแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงาน เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกย่อตัวลงหลังจากมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่านชั่วคราว นอกจากนี้นักลงทุนบางส่วนเลือกขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงก่อนวันหยุดของตลาดในประเทศ (28-29 ก.ค.) ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงต่อเนื่องหลังจากกลับมาเปิดทำการตามปกติ โดยร่วงลงหลุดแนว 1,600 จุด สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นเอเชียที่ส่วนใหญ่เผชิญแรงกดดันจากการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการลงทุนด้าน AI อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วน (โดยกลับมายืนเหนือ 1,600 จุดได้ในช่วงท้ายสัปดาห์) ตามตลาดต่าประเทศที่ได้รับอานิสงส์ หลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่บางแห่งของสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดออกมาดีกว่าคาด
• สัปดาห์ที่ 3-7 ส.ค. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,610 และ 1,580 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,635 และ 1,655 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ข้อมูลตลาดแรงงานเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ยูโรโซน อังกฤษ จีนและญี่ปุ่น ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมิ.ย. ของยูโรโซน ตลอดจนตัวเลขนำเข้าและส่งออกเดือนก.ค. ของจีน



​​

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น