Display mode (Doesn't show in master page preview)

8 พฤศจิกายน 2562

Econ Digest

ธปท. ปรับเกณฑ์เอื้อเงินทุนไหลออก ทำ... บาท อ่อนค่าเล็กน้อย

​            ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศ “ปรับปรุงเกณฑ์เพื่อเอื้อให้เงินทุนไหลออกและลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท” เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงไปที่ 1.25% อาจนับได้ว่าการดำเนินการทั้ง 2 ส่วนพร้อมกันดังกล่าวนั้น มีผลต่อจังหวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท  ทำให้เงินบาทกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบที่อ่อนค่ากว่าระดับ 30.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

             การปรับเกณฑ์สนับสนุนให้เงินทุนไหลออกของ ธปท. ครั้งนี้ ประกอบด้วย การยกเว้นการนำเงินรายได้จากการส่งออกกลับประเทศ การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ การโอนเงินออกนอกประเทศ และการซื้อขายทองคำในประเทศเป็นเงินตราต่างประเทศ โดย ธปท.ให้เหตุผลว่า เพื่อสนับสนุนให้เงินทุนไหลออกซึ่งจะช่วยปรับสมดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายและลดแรงกดดันที่มีต่อค่าเงินบาท รวมทั้งจะช่วยให้การทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศมีความสะดวกมากขึ้น

            ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การปรับเปลี่ยนเกณฑ์ฯ นั้น เป็นไปตามที่ ธปท. ได้เคยส่งสัญญาณไว้แล้วในช่วงก่อนหน้านี้ ดังนั้น จึงอาจเห็นเงินบาทอ่อนค่าลงเพียงในระดับหนึ่งในจังหวะที่ตอบรับต่อการปรับเกณฑ์ดังกล่าว ขณะที่ผลต่อการลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทในระยะข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า น่าจะยังขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย โดยเฉพาะทิศทางของ
ค่าเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งผูกโยงกับพัฒนาการในเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่จะมีผลต่อเนื่องต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีหน้า โดยหากสหรัฐฯ และจีนสามารถหาข้อสรุปที่เป็นที่ยอมรับระหว่างกันได้ สถานการณ์ก็น่าจะคลี่คลายลง และช่วยชะลอแรงกดดันต่อทิศทางค่าเงินบาท

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest