Display mode (Doesn't show in master page preview)

16 ตุลาคม 2569

Econ Digest

ปี’69 การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนสินค้ามูลค่าต่ำ คาดนำเข้าโตถึง 18% YoY แม้จะมีการยกเลิก De minimis

คะแนนเฉลี่ย

​

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ไทยยังมีแนวโน้มนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2569 จะมีมูลค่านำเข้าราว 1.37 ล้านล้านบาท ขยายตัวกว่า 4% YoY โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากจีน ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 46%
  • สำหรับการนำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยในช่วงปี 2564-2568 มูลค่าการนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 22% ทั้งนี้ มากกว่า 50% ของมูลค่านำเข้าเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะเสื้อผ้าและสิ่งทอ รองลงมา ได้แก่ สินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ (กระเป๋าเดินทาง ภาชนะใส่ของ อุปกรณ์กีฬา ฯลฯ) รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร
  • ขณะที่ ปี 2569 ไทยยกเลิกเกณฑ์ De minimis เต็มรูปแบบตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นมา แม้มาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มรายได้จากภาษี และลดช่องว่างด้านราคาระหว่างสินค้าไทยกับสินค้านำเข้า แต่ข้อมูลในช่วงที่ผ่านมาชี้ว่า การนำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำไม่ได้ลดลง โดยคาดว่า ปี 2569 มูลค่าการนำเข้าจะยังขยายตัวราว 18% YoY มาอยู่ที่ 44,500 ล้านบาท สะท้อนว่า สินค้าไทยบางรายการอาจยังแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้าได้ยาก โดยเฉพาะกลุ่มแฟชั่น ซึ่งแม้รวมภาษีแล้ว สินค้านำเข้าจากจีนยังมีราคาต่ำกว่าสินค้าที่ผลิตในไทยมากกว่าเท่าตัว
  • ดังนั้น การแข่งขันกับสินค้านำเข้าที่ยังคงรุนแรง จึงเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของธุรกิจไทย โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs สะท้อนจาก ในช่วง 8 เดือนแรก ปี 2569 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ของสินค้าอุปโภคบริโภคสำคัญ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า และเฟอร์นิเจอร์ ยังคงหดตัวอยู่ที่กรอบ 2%-13% YoY สวนทางกับมูลค่าการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคที่ยังขยายตัว 4.2% YoY

​

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest