Display mode (Doesn't show in master page preview)

19 มีนาคม 2569

Econ Digest

ประชุม FOMC วันที่ 17-18 มี.ค. เฟดคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% และยังคงคาดการณ์ปรับลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้

คะแนนเฉลี่ย

​        ในการประชุม FOMC วันที่ 17-18 มี.ค. 2568 เฟดมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 11 ต่อ 1 เสียง คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% ตามที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีเพียง Stephen Miran ที่ลงมติให้ปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ประเด็นสำคัญดังนี้ 
•    เฟดมองความไม่แน่นอนสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงเข้าสู่เป้าหมาย 2% ช้ากว่าเดิม ทั้งนี้ เฟดมีการปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ (PCE Inflation) ปี 2569 และ 2570 มาอยู่ที่ 2.7% และ 2.2% จากประมาณการเดิมที่ 2.4% และ 2.1% ตามลำดับ 
•    เฟดยังคงส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้งในปีนี้ โดยย้ำว่าต้องเห็นเงินเฟ้อชะลอลงชัดเจนก่อน ซึ่งความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจเพิ่มความท้าทายต่อแนวโน้มดังกล่าว ทั้งนี้ ค่ากลางคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปี 2569 ยังคงอยู่ที่ 3.4% เท่ากับที่ประเมินไว้เมื่อเดือนธ.ค. 2568 อย่างไรก็ตาม น้ำหนักของการคาดการณ์เอนเอียงไปทางการปรับลดดอกเบี้ยน้อยลง โดยมีกรรมการมากขึ้นที่มองว่าจะลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง จากเดิมที่คาดไว้ 2 ครั้ง
•    เฟดลดน้ำหนักความเสี่ยงภาวะ Stagflation โดยมองว่ายังห่างไกลจากระดับในช่วงทศวรรษ 1970 (ปี ค.ศ.) ที่เกิดเหตุการณ์สงครามยมคิปปูร์ (Yom Kippur War) และการปฏิวัติอิหร่าน ทั้งนี้ เฟดปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยคาดว่า GDP ปี 2569 และ 2570 จะขยายตัวที่ 2.4% และ 2.3% จากเดิม 2.3% และ 2.0% ตามลำดับ ขณะที่อัตราว่างงานปีนี้ยังคงอยู่ที่ 4.4% ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยราว 6.3% ในช่วงทศวรรษ 1970 (ปี ค.ศ.)
•    Jerome Powell ประกาศจุดยืนที่จะไม่ลาออกจากตำแหน่งคณะผู้ว่าการเฟด (Board of Governors) จนกว่าการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคารจะแล้วเสร็จ นอกจากนี้ เขาระบุว่าหากการแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่ไม่ทันก่อนวาระของเขาจะสิ้นสุดในเดือนพ.ค. 2569 เขาพร้อมทำหน้าที่เป็น ประธานรักษาการต่อไป
•    ตลาดการเงินเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) หลังผลการประชุม FOMC ส่งสัญญาณอาจคงดอกเบี้ยยาวนานขึ้น (Higher for Longer) ประกอบกับมีการโจมตีแหล่งผลิตก๊าซใหญ่สุดในอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้นมาแตะระดับ 108 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล 

o    ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ (Dow Jones, S&P500 และ Nasdaq) ปรับตัวลดลงเฉลี่ย 1.4%-1.6% 

o    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 4.27% 

o    ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY) แข็งค่าทะลุระดับ 100 อีกครั้ง และค่าเงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ราว 32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ

o    ราคาทองคำโลกปรับตัวลดลงหลุด 4,900 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ 

        ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า เฟดจะรอดูสถานการณ์ (wait-and-see) โดยยังไม่เร่งปรับนโยบายการเงิน และรอความชัดเจนของพัฒนาการสงครามอิหร่าน ซึ่งมีผลต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และเศรษฐกิจสหรัฐฯ  โดยสามารถแบ่งเป็น 2 ฉากทัศน์หลัก ดังนี้:

•    กรณีฐาน: หากสถานการณ์ไม่บานปลาย และเงินเฟ้อไม่ได้เร่งตัวขึ้นมาก ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอลง เฟดมีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปีตามที่ส่งสัญญาณใน Dot Plot 

อย่างไรก็ดี โอกาสลดมากกว่า 1 ครั้งยังมีอยู่ หากเศรษฐกิจชะลอตัวชัดเจน และการเร่งตัวของเงินเฟ้อเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวที่มีแนวโน้มทยอยปรับลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมายในระยะถัดไป

•    กรณีเลวร้าย: หากความขัดแย้งยืดเยื้อจนดันเงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงเกินกรอบเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญ มีโอกาสสูงที่เฟดจะไม่ปรับลดดอกเบี้ยตลอดทั้งปี และอาจเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไปจนถึงปี 2570

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest