Display mode (Doesn't show in master page preview)

26 พฤษภาคม 2569

Econ Digest

พัฒนาการของหุ้นกู้ดิจิทัลกับการขยายการเข้าถึงของนักลงทุนรายย่อย

คะแนนเฉลี่ย
  • ในช่วง 10 ปีที่ผ่านสัดส่วนมูลค่าหุ้นกู้ที่จำหน่ายให้นักลงทุนรายย่อยเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า จาก 13% ของมูลค่าหุ้นกู้ที่จำหน่ายในปี 2559 เพิ่มเป็นเกือบ 50% ของมูลค่าหุ้นกู้ที่จำหน่ายในปี 2568 สะท้อนว่านักลงทุนรายย่อยหันมาให้ความสนใจการลงทุนในหุ้นกู้มากขึ้น ขณะเดียวกันตลาดหุ้นกู้ก็มีการพัฒนาช่องทางและรูปแบบการเสนอขายในรูปแบบหุ้นกู้ในรูปแบบดิจิทัลหรือหุ้นกู้ไร้ใบหลักทรัพย์ (Scripless) ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลสำหรับตลาดการเงิน (DIF) ตั้งแต่ปี 2562 เพื่อเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และขยายการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนของนักลงทุนรายย่อย โดยอาศัยเทคโนโลยี Distributed Ledger Technology (DLT) โดยระบบออกแบบให้รองรับการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนประเภทหุ้นกู้ สำหรับนักลงทุนหลายกลุ่ม ได้แก่ ประชาชนทั่วไป นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งครอบคลุมสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศ 6 สกุลเงิน ได้แก่ EUR, GBP, HKD, JPY, THB และ USD
  • นับตั้งแต่ปี 2564 - 2568 มีหุ้นกู้ดิจิทัลที่ในรูปแบบ Scripless มีมูลค่าการจำหน่ายคิดเป็น 50,075 ล้านบาท ครอบคลุม 6 อุตสาหกรรม ได้แก่ พลังงานและสาธารณูปโภค อสังหาริมทรัพย์ พาณิชย์ บรรจุภัณฑ์ ท่องเที่ยว และธุรกิจการเกษตร โดยเป็นการเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลสกุลในรูปเงินบาทให้แก่ประชาชนทั่วไปผ่านช่องทางแอปพลิเคชันของหลายธนาคาร ซึ่งลดจำนวนซื้อขั้นต่ำเหลือเพียง 1 หน่วย ลดราคาต่อหน่วยเป็น 1,000 บาท ลดขั้นตอนเอกสาร ลดเวลาการได้รับหุ้นกู้ ทำให้กระบวนการตั้งแต่จองซื้อจนถือครองมีความคล่องตัวขึ้น อีกทั้งยังเอื้อต่อการทำธุรกรรมในตลาดรองผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงเครื่องมือการลงทุนที่หลายหลายมากขึ้น โดยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาการเสนอขายหุ้นกู้จึงอยู่ในรูปแบบผสมระหว่างหุ้นกู้มีใบหุ้นและหุ้นกู้ดิจิทัล เพื่อรองรับพฤติกรรมของนักลงทุนที่เปลี่ยนไป
  • ในปี 2569 หุ้นกู้ดิจิทัลกำลังต่อยอดการเสนอขายสู่หุ้นกู้ดิจิทัลสกุลเงิน USD ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยบริษัทในอุตสาหกรรมพลังงานที่มีความต้องการใช้เงินสกุล USD ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งโดยปกติหุ้นกู้สกุลเงินต่างประเทศจะเสนอขายให้เฉพาะนักลงทุนสถาบันและนักลุงทุนรายใหญ่เท่านั้น จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณว่าบทบาทของนักลงทุนรายย่อยต่อตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และในอนาคตอาจเห็นผลิตภัณฑ์การลงทุนของนักลงทุนรายย่อยมีความหลากหลายมากขึ้นทั้งสกุลเงิน รูปแบบตราสาร และช่องทางการเข้าถึง โดยมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นตัวเร่งสำคัญ 
  • สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่สนใจการลงทุนในหุ้นกู้ดิจิทัล ควรพิจารณาเงื่อนไขของหุ้นกู้ อันดับความน่าเชื่อถือ และฐานะการเงินของบริษัทดังเช่นหุ้นกู้ปกติ โดยสามารถเน้นการประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตและสภาพคล่องเพิ่มเติมจากหุ้นกู้ปกติ นอกจากนี้ ในกรณีหุ้นกู้ที่ระดมเงินในสกุลเงินต่างประเทศ ควรคำนึงถึงความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX risk) ซึ่งอาจทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับจริงเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท ผันผวนและแตกต่างจากผลตอบแทนในสกุลเงิน USD ด้วย

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest