• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงในช่วงแรก ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาได้ในวันทำการสุดท้ายของปี 2568 ขณะที่ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบางก่อนเข้าสู่ช่วงหยุดยาวสิ้นปี
SET Index ปรับตัวลงในวันทำการแรกของสัปดาห์ตามแรงขายของกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์และต่างชาติ โดยมีการเลือกขายทำกำไรหุ้นรายตัว อาทิ บริษัทผู้ประกอบธุรกิจท่าอากาศยาน บริษัทที่ดำเนินธุรกิจค้าปลีก และบริษัทด้านพลังงาน เนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นตลาด อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนในวันทำการสุดท้ายของปี 2568 ตามแรงซื้อหุ้นกลุ่มแบงก์ก่อนประกาศงบไตรมาส 4/2568 และหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งหลังร่วงลงแรงก่อนหน้านี้ อนึ่ง สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นไทยเปิดทำการเพียง 2 วัน ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง
• ในวันอังคารที่ 30 ธ.ค. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,259.67 จุด เพิ่มขึ้น 0.03% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 28,128.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.47% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.83% มาปิดที่ระดับ 217.05 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (5-9 ม.ค. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,240 และ 1,230 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,270 และ 1,285 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนธ.ค. ของไทย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงานเดือนธ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI เดือนธ.ค. ของยูโรโซน อังกฤษ และญี่ปุ่น ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนธ.ค. และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพ.ย. ของยูโรโซน ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนธ.ค. ของจีน
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น