• ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
SET Index ร่วงลงแรงช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน และอิหร่านเองก็ได้ทำการตอบโต้ในเวลาต่อมารวมถึงจำกัดการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ปัจจัยลบดังกล่าวกระตุ้นให้นักลงทุนเทขายหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อลดความเสี่ยง ทั้งนี้ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงไปมากกว่า 100 จุด หรือ 8% ช่วงกลางสัปดาห์จนไปแตะเกณฑ์ Circuit Breaker ระดับ 1
ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้ช่วงสั้น ๆ ระหว่างสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยมีปัจจัยหนุนจากรายงานข่าวที่ว่าอิหร่านได้ติดต่อสหรัฐฯ เพื่อขอเจรจาหยุดยิง (แต่ภายหลังอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว) ประกอบกับกกต. ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. เขตเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงอีกครั้งช่วงท้ายสัปดาห์ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่จบและมีแนวโน้มยืดเยื้อ
• ในวันศุกร์ที่ 6 มี.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,410.37 จุด ลดลง 7.71% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 110,482.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.51% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 5.62% มาปิดที่ระดับ 218.11 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (9-13 มี.ค. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,345 และ 1,300 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,425 และ 1,460 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประเด็นการเมืองในประเทศ และทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนม.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.พ. ของจีน ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.พ. ของญี่ปุ่น รวมถึงผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค. ของยูโรโซน
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น