• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเกือบตลอดสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ
SET Index ดีดตัวขึ้นไปยืนเหนือแนว 1,400 จุดได้ในวันทำการแรกของสัปดาห์หลังการเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคที่ชนะการเลือกตั้งได้คะแนนเสียงสูง ซึ่งทำให้ตลาดประเมินว่าน่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้ โดยประเด็นดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศในหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม นำโดย แบงก์ เทคโนโลยี พลังงานและค้าปลีก
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยแตะจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 2 เดือนที่ 1,443.97 จุด แต่ย่อตัวลงบางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ หลังรับรู้ปัจจัยทางการเมืองในประเทศไปมากแล้ว ประกอบกับมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากแรงขายทำกำไรหุ้นบิ๊กแคปรายตัว และการปรับตัวลงของตลาดหุ้นในภูมิภาคตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
• ในวันศุกร์ที่ 13 ก.พ. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,430.41 จุด เพิ่มขึ้น 5.64% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 75,781.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.40% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 4.93% มาปิดที่ระดับ 218.84 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (16-20 ก.พ. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,400 และ 1,385 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,445 และ 1,460 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของไทย ความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล และทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนธ.ค. ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค. ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนก.พ. (เบื้องต้น) บันทึกการประชุมเฟด ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. ของญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนก.พ. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซน อังกฤษ
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น