สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน ก่อนจะย่อตัวลงช่วงท้ายสัปดาห์
SET Index ปรับตัวลงในช่วงแรกสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งยังคงไม่คลี่คลาย ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นบิ๊กแคปทุกกลุ่มอุตสาหกรรม (นำโดย หุ้นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจปิโตรเคมี) ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมาโดยมีปัจจัยหนุนจากรายงานข่าวที่ว่ากลุ่มประเทศ G7 ได้มีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการระบายน้ำมันสำรอง รวมถึงถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ระบุว่าสงครามกับอิหร่านอาจจบลงในเร็ว ๆ นี้
ทั้งนี้กรอบการปรับขึ้นของดัชนีหุ้นไทยเริ่มจำกัดช่วงกลางสัปดาห์ หลังมีรายงานข่าวว่าเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนจะดีดตัวขึ้นอีกครั้งเนื่องจากประเด็นการเมืองในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดประเมินว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ในเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยพลิกกลับมาร่วงลงในช่วงท้ายสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและมีแนวโน้มลากยาว ซึ่งล่าสุดผู้นำอิหร่านคนใหม่ได้ประกาศสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่อง
• ในวันศุกร์ที่ 13 มี.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,409.35 จุด ลดลง 0.07% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 70,826.26 ล้านบาท ลดลง 35.89% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.02% มาปิดที่ระดับ 218.06 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (16-20 มี.ค. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,390 และ 1,360 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,430 และ 1,460 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (17-18 มี.ค.) สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประเด็นการเมืองในประเทศ และทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.พ. ยอดขายบ้านใหม่เดือนม.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม BOJ และ BOE ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. ของยูโรโซน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือนมี.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนม.ค.-ก.พ. ของจีน อาทิ ยอดค้าปลีก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรและผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น