Display mode (Doesn't show in master page preview)

18 มีนาคม 2569

Econ Digest

ธนาคารกลางอินโดนีเซีย คงดอกเบี้ย 4.75% รับมือสงครามตะวันออกกลาง เงินเฟ้อ และค่าเงินอ่อน

คะแนนเฉลี่ย

​•    ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 4.75% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ในการประชุมวันที่ 16-17 มี.ค. 2026 พร้อมคงดอกเบี้ยเงินฝากที่ 3.75% และดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 5.50% สะท้อนท่าทีเชิงนโยบายที่ยังคงระมัดระวังท่ามกลางแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยปัจจัยหลักที่จำกัดการลดดอกเบี้ยมีดังนี้

-    แรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน แม้รัฐบาลยังตรึงราคาน้ำมันผ่านมาตรการอุดหนุน แต่ความเสี่ยงจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับสูงขึ้นจากสงครามตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ โดยเงินเฟ้อเดือน ก.พ.อยู่ที่ 4.76% สูงกว่ากรอบเป้าหมายของ BI (1.5%-3.5%) เป็นผลของฐานต่ำในปีก่อนที่มีมาตรการลดค่าไฟฟ้า อย่างไรก็ดี เงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งขึ้นตามราคาพลังงานในระยะถัดไป จึงเป็นข้อจำกัดต่อการลดดอกเบี้ย (รูปที่ 1)

-    ค่าเงินรูเปียห์เผชิญแรงกดดันจากภายนอก โดยค่าเงินรูเปียห์เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 17,000 รูเปียห์/ดอลลาร์ฯ (อยู่ที่ 16,934 ณ 16 มี.ค.) นับเป็นระดับอ่อนค่าใกล้จุดต่ำสุดในรอบหลายปี (รูปที่ 1) สะท้อนแรงกดดันจากภาวะ Risk-off ในตลาดการเงินโลก กระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ และค่าเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าขึ้นตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ นอกจากนี้ การที่ Moody’s และ Fitch ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียเป็นเชิงลบในเดือน ก.พ. และ มี.ค. ตามลำดับ ยิ่งสะท้อนความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อเสถียรภาพเชิงนโยบายและฐานะการคลัง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในสินทรัพย์อินโดนีเซียยังคงเปราะบาง 

-    ความเสี่ยงด้านการคลังเริ่มสะท้อนผ่านตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอินโดนีเซียอายุ 10 ปีปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 6.9% ณ 16 มี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน การปรับขึ้นดังกล่าวเกิดจากปัจจัยผสมทั้งแรงกดดันจากภาวะการเงินโลกตึงตัว และการลดความเสี่ยงของนักลงทุน (Risk-off) จากความกังวลต่อภาระการอุดหนุนพลังงานและแนวโน้มการขาดดุลงบประมาณ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาครัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะถัดไป

•    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า โอกาสในการปรับลดดอกเบี้ยของ BI มีจำกัดมากขึ้น จากความจำเป็นในการรักษาเสถียรภาพค่าเงินควบคู่กับการควบคุมเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายลงในช่วงครึ่งแรกของปีและแรงกดดันต่อค่าเงินและเงินเฟ้อลดลง มีความเป็นไปได้ที่ BI จะกลับมาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยอาจปรับลดได้ราว 1-2 ครั้ง สู่ระดับประมาณ 4.25%

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น