Display mode (Doesn't show in master page preview)

3 กุมภาพันธ์ 2563

Econ Digest

โคโรน่า...กระทบ เศรษฐกิจคู่ค้า ซ้ำเติม...ส่งออกรถยนต์ไทย ปี 63 หดตัว

              ปี 2563 อาจเป็นอีกปีที่ยากลำบากสำหรับการส่งออกรถยนต์ของไทย นอกจากปัจจัยเสี่ยงเดิม ได้แก่ สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวมอยู่แล้ว ในต้นปีนี้ยังเติมปัจจัยเสี่ยงใหม่จากการระบาดของโคโรนาไวรัส
            ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ศึกษาพบว่า ตลาดส่งออกรถยนต์ของไทยส่วนใหญ่เป็นประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีโอกาสได้รับผลกระทบอย่างสูงจากรายได้ภาคการท่องเที่ยวที่จะลดลงจากการระบาดของโคโรนาไวรัส โดยเฉพาะเวียดนามและฟิลิปปินส์ คู่ค้าหลักรถยนต์อันดับ 2 และ 3 ของไทย เนื่องจาก 2 ประเทศนี้พึ่งพิงปริมาณนักท่องเที่ยวจีนในระดับสูง และรายได้จากภาคท่องเที่ยวในประเทศมีผลต่อระดับเศรษฐกิจโดยรวมในประเทศค่อนข้างมาก ยิ่งส่งผลต่อกำลังซื้อของคนในประเทศ อันจะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อการส่งออกรถยนต์ของไทย

             นอกจากนี้ ออสเตรเลีย คู่ค้าอันดับ 1 ของไทย แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากโคโรนาไวรัสในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวน้อยกว่าประเทศอื่น แต่จากประเด็นไฟป่าครั้งรุนแรงในปีที่แล้ว ทำให้กระทบต่อภาคเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวของประเทศพอสมควร การส่งออกรถยนต์ไทยไปออสเตรเลียจึงอาจลดลงอย่างไม่อาจเลี่ยง

        ​          ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า หากทางการจีนสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าได้ภายใน 1 เดือน และไม่มีการระบาดในต่างประเทศ ไทยน่าจะส่งออกรถยนต์ได้ 1,005,000 ถึง 1,025,000 คัน หรือหดตัวกว่า  3 ถึง 5% จากปีที่แล้ว แต่หากการระบาดของโคโรนาไวรัสในจีน มากกว่า 1 ถึง 3 เดือน และยังไม่มีการระบาดในต่างประเทศ คาดว่า ไทยจะส่งออกรถยนต์ไทยได้เพียง 985,000 ถึง 1,005,000 คัน หรือหดตัว 5 ถึง 7% 



Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest