สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท
•
เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนท่ามกลางแรงขายดอลลาร์ฯ รับผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนท้ายสัปดาห์ตามภาวะ
Risk-off
ในตลาดหุ้น ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าลงช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟดในช่วงที่เหลือของปี อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกแข็งค่าผ่านแนว 33.50 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ 33.37 บาทต่อดอลลาร์ฯ ตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกและสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ประกอบกับสกุลเงินเอเชียในภาพรวมแข็งค่าขึ้นสวนทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงรับท่าทีที่เปิดรับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังเผชิญแรงขายและอ่อนค่ากลับลงมาตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยในการเลือกตั้งกลางเทอมและครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ซึ่งตลาดมองว่าจะเพิ่มข้อจำกัดต่อการผลักดันนโยบายลดภาษีและการใช้จ่ายเพิ่มเติมของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางสัญญาณ Risk-off ในตลาดหุ้นฝั่งเอเชีย และแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ฯ เพื่อปรับโพสิชั่นก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 9-13 พ.ย. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.10-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ดัชนี CPI และ PPI เดือนต.ค. ของสหรัฐฯ และจีน รวมถึงจีดีพีไตรมาส 3/2569 ของอังกฤษและยูโรโซน
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
•
ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์ ก่อนจะร่วงหลุดแนว 1,500 จุดในช่วงท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ SET index ร่วงลงแรงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนท่ามกลางแรงขายเพื่อปรับลดสถานะเสี่ยงของนักลงทุนระหว่างรอติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ นำโดย หุ้นกลุ่มพลังงานที่มีปัจจัยกดดันจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกท่ามกลางความคาดหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม รวมถึงหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งปรับตัวลงตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศจากความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ AI อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้ช่วงสั้น ๆ กลางสัปดาห์จากแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ ก่อนจะปรับตัวลงอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 6 เดือนครึ่งที่ระดับ 1,461.08 จุดในช่วงท้ายสัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศจากความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจชะลอแผนการลงทุนใน Data Center และ AI หลังพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนยังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ แรงขายในช่วงท้ายสัปดาห์กระจายไปในหุ้นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มพลังงานและกลุ่มแบงก์
• สัปดาห์ที่ 9-13 พ.ย. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,445 และ 1,430 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,490 และ 1,500 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของบจ.ไทย ดัชนี CPI และ PPI เดือนต.ค. ของสหรัฐฯ และจีน ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2569 ของยูโรโซน
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น