สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท
• เงินบาทแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับสถานะซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ตามการฟื้นตัวของราคาทองคำในตลาดโลกที่กลับไปอยู่เหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ ประกอบกับได้รับอานิสงส์จากสถานะซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติเกือบตลอดสัปดาห์ภายหลังการเลือกตั้งทั่วประเทศ ท่ามกลางความหวังต่อเสถียรภาพของสถานการณ์การเมืองและความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าผ่านแนว 31.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 30.93 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะอ่อนค่ากลับมาช่วงปลายสัปดาห์สอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาคและการสลับกลับมาขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของต่างชาติ ขณะที่ แรงกดดันด้านอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ ชะลอลงบางส่วนท่ามกลางแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุน ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ น่าจะมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่คาด และการปรับโพสิชั่นก่อนการรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในช่วงคืนวันศุกร์
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 16-20 ก.พ. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.70-31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของไทยและญี่ปุ่น ปัจจัยการเมืองในประเทศ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนธ.ค. ของสหรัฐฯ บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 27-28 ม.ค. ตลอดจนดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือนก.พ. ของยูโรโซน อังกฤษ และสหรัฐฯ
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเกือบตลอดสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ SET Index ดีดตัวขึ้นไปยืนเหนือแนว 1,400 จุดได้ในวันทำการแรกของสัปดาห์หลังการเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคที่ชนะการเลือกตั้งได้คะแนนเสียงสูง ซึ่งทำให้ตลาดประเมินว่าน่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้ โดยประเด็นดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศในหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม นำโดย แบงก์ เทคโนโลยี พลังงานและค้าปลีก ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยแตะจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 2 เดือนที่ 1,443.97 จุด แต่ย่อตัวลงบางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ หลังรับรู้ปัจจัยทางการเมืองในประเทศไปมากแล้ว ประกอบกับมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากแรงขายทำกำไรหุ้นบิ๊กแคปรายตัว และการปรับตัวลงของตลาดหุ้นในภูมิภาคตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
• สัปดาห์ที่ 16-20 ก.พ. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,400 และ 1,385 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,445 และ 1,460 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของไทย สหรัฐ และญี่ปุ่น ความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนธ.ค. ของสหรัฐฯ บันทึกการประชุมเฟด ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนก.พ. (เบื้องต้น) ของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยูโรโซน อังกฤษ
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น