• ESG Bond ครึ่งแรกปี 2569 ยังเติบโตจากปีก่อน แต่แรงส่งหลักมาจากผู้ระดมทุนบางกลุ่ม
มูลค่าการออกตราสารหนี้ ESG ใหม่ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ราว 1.16 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าครึ่งแรกปี 2568 ที่อยู่ราว 1.01 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภาพการเติบโตในครึ่งแรกกระจุกตัวในการภาครัฐ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และภาคเอกชนในกลุ่มพลังงานและขนส่ง
• แรงส่งครึ่งแรกของปี 2569 ภาครัฐยังครองบทบาทสูงสุด
หากพิจารณามูลค่าการออก ESG Bond แยกตามผู้ออกในช่วงมกราคมถึงมิถุนายน 2569 พบว่า ภาครัฐมีสัดส่วนสูงสุดราว 60.8% ของมูลค่าการออกทั้งหมด โดยหลักมาจากการออกพันธบัตรเพื่อปรับโครงสร้างหนี้จากมาตรการเยียวยาผลกระทบช่วง COVID-19 (reopen) ตามด้วย สถาบันการเงินเฉพาะกิจ 17.2% ขณะที่ ฝั่งเอกชนยังนำโดยกลุ่มพลังงาน 12.0% และ ขนส่ง 6.9% โดยกลุ่มพลังงานส่วนใหญ่ระดมทุนเพื่อลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน ส่วนกลุ่มขนส่งระดมทุนเพื่อใช้ลงทุนในโครงการขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด
• แนวโน้มการออก ESG Bond ปี 2569 อาจไม่เร่งตัวเท่าปีก่อน หากแรงส่งจากภาคเอกชนในครึ่งหลังยังจำกัด ทั้งนี้ แม้ครึ่งแรกของปี 2569 จะเติบโตจากปีก่อน แต่แนวโน้มทั้งปียังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หาก 1) ช่วงครึ่งปีหลังไม่มีการระดมทุนขนาดใหญ่จากภาครัฐหรือผู้ออกหลักเข้ามาช่วยหนุนเพิ่มเติม โดยเฉพาะหากทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรระยะปานกลางถึงยาวในช่วงครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มทรงตัวสูงหรือปรับขึ้นตามตลาดต่างประเทศ 2) ส่วนต่างต้นทุนกับตราสารหนี้ทั่วไป หรือ Greenium แคบลง จากการรวบรวมข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า Greenium ในไทยแคบลง จากราว 19 bps ในปี 2562 เหลือเพียง 2 bps ในช่วงปี 2568 ทำให้แรงจูงใจด้านต้นทุนของการออก ESG Bond ลดลง และ 3) เศรษฐกิจชะลอทั้งในต่างประเทศและไทย ส่งผลให้ภาคเอกชนอาจระมัดระวังการลงทุนใหม่ อันกระทบต่อความต้องการระดมทุนตามไปด้วย
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น