Display mode (Doesn't show in master page preview)

23 มกราคม 2569

Econ Digest

ค่าเงินบาท และตลาดหุ้นไทย (สัปดาห์ที่ 19-23 ม.ค. 69)

คะแนนเฉลี่ย
สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท 
• เงินบาทผันผวนในกรอบแข็งค่า ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงต้น-กลางสัปดาห์สอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดโลกที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time high) สวนทางแรงเทขายเงินดอลลาร์ฯ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรปในประเด็นเรื่องกรีนแลนด์ ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าทะลุแนว 31.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 10 เดือน ที่ 30.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงกลางสัปดาห์ ก่อนจะพลิกกลับมาเคลื่อนไหวในระดับที่อ่อนค่ากว่าแนว 31.00 อีกครั้งซึ่งตลาดประเมินว่าอาจเป็นการดูแลเพื่อลดความผันผวนจากทางการ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เองก็ฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนตามสัญญาณที่เริ่มผ่อนคลายลงระหว่างสหรัฐฯ กับหลายประเทศในยุโรปและสหราชอาณาจักร หลังการกล่าวสุนทรพจน์ของปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ในการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม ซึ่งมีการระบุถึงการเริ่มหารือกับ NATO เพื่อจัดทำกรอบข้อตกลงในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับกรีนแลนด์และการยกเลิกคำเตือนที่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้ากับประเทศดังกล่าว อย่างไรก็ดี เงินบาทแข็งค่ากลับมาอีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์สอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นทำ All-time high ครั้งใหม่เหนือ 4,900 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยงที่ทยอยฟื้นตัวขึ้น แม้จะยังคงมีความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในระยะข้างหน้าก็ตาม 
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 26-30 ม.ค. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.70-31.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม FOMC (27-28 ม.ค.) รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนธ.ค. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนธ.ค. ของสหรัฐฯ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของยูโรโซน รวมถึงสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรป 

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย 
• ดัชนีหุ้นไทยแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือนในช่วงกลางสัปดาห์ ก่อนจะลดช่วงบวกลงบางส่วน ทั้งนี้ SET Index ปรับตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์แม้จะมีปัจจัยลบจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป แต่ตลาดประเมินว่าไทยน่าจะได้รับผลกระทบในกรอบจำกัด ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยมีแรงหนุนจากแรงซื้อต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ นำโดยหุ้นบิ๊กแคปกลุ่มค้าปลีก โรงพยาบาล พลังงานและเทคโนโลยี ดัชนีหุ้นไทยแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือนที่ระดับ 1,327.91 จุด ก่อนจะย่อตัวลงช่วงสั้น ๆ ตามแรงขายทำกำไร ประกอบกับมีปัจจัยลบเฉพาะตัวของหุ้นรายใหญ่ในกลุ่ม ICT จากประเด็นการลงนามขายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผู้ถือหุ้น อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยขยับขึ้นอีกครั้งช่วงท้ายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนเข้ามาในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นสื่อสารที่ถูกเทขายก่อนหน้านี้ อนึ่งสัปดาห์นี้หุ้นกลุ่มแบงก์ปรับตัวลงสวนทางภาพรวม โดยเผชิญแรงขายทำกำไรหลังเสร็จสิ้นการรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 
• สัปดาห์ที่ 26-30 ม.ค. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,300 และ 1,285 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,330 และ 1,345 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (27-28 ม.ค.) ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของบจ.ไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนธ.ค. ของสหรัฐฯ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของยูโรโซน กำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. ของจีน รวมถึงผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. ของญี่ปุ่น

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น