Display mode (Doesn't show in master page preview)

23 มิถุนายน 2569

Econ Digest

สินเชื่อเช่าซื้อในระบบธนาคารพาณิชย์ปี 2569: ประคองตัวตามยอดขายรถใหม่ แต่ยังคุมเข้มคุณภาพสินเชื่อ

คะแนนเฉลี่ย
        ยอดคงค้างสินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์ในระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ ณ เมษายน 2569 อยู่ที่ 7.48 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 42% ของสินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์ทั้งระบบตามฐานข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยสินเชื่อเช่าซื้อในระบบธนาคารฯ ยังคงลดลง 8.2% YoY แม้ว่าตลาดรถยนต์ในประเทศในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ มียอดขายเติบโตสูงถึง 15.0% YoY ทำให้ยังต้องติดตามทิศทางการปรับตัวในช่วงที่เหลือของปี 2569 ท่ามกลางกำลังซื้อรถยนต์ใหม่ในประเทศที่อาจมีข้อจำกัดมากขึ้นสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน และการยอมรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งมีผลกระทบต่อตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถในหลายมิติ
        ปี 2569 คาดตลาดสินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์ในระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ ยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากปีก่อน 7.2% โดยมียอดคงค้างสินเชื่อที่ระดับประมาณ 7.11 แสนล้านบาท แต่มีทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ลดลง 9.9%YoY ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินภาพตลาดรวมสินเชื่อเช่าซื้อฯ ในระยะสั้น 1-2 ปี ยังคงปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากปัจจัยสำคัญ ดังนี้
•    โครงสร้างตลาดรถยนต์นั่งในประเทศอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ตลาดรถยนต์กระบะมียอดขายต่อปีลดลงกว่าครึ่งหนึ่ง (2564-2568) จากปัญหาเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวทั่วถึง ทำให้กลุ่มผู้ซื้อรถยนต์เปลี่ยนไปโดยโน้มเอียงไปที่กลุ่มที่มีศักยภาพทางการเงินสูงขึ้น โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีผลทำให้สัดส่วนการซื้อรถด้วยเงินสดเพิ่มขึ้น และยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ต่อคันลดลง (จ่ายดาวน์สูง)
•    การแข่งขันของธนาคารผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรายใหญ่ ยึดหลักการพิจารณาสินเชื่อใหม่อย่างรอบคอบตามแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ซึ่งเป็นประเด็นที่ธนาคารต่างให้ความสำคัญต่อเนื่อง ทำให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อเช่าซื้อโดยรวมยังทรงตัว และมีส่วนช่วยลดการแข่งขันด้านราคาในหลายรูปแบบลงได้ 
ทั้งนี้ ยอดสินเชื่อใหม่ที่ยังไม่เติบโตในทิศทางใกล้เคียงกับยอดขายรถยนต์ใหม่ ส่วนหนึ่งเกิดจากยอดขายรถที่เติบโตสูงด้วยรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งกลุ่มผู้ซื้อยังค่อนข้างจำกัดอยู่ในกลุ่มที่มีศักยภาพทางการเงินจึงมีอัตราการใช้สินเชื่อที่ต่ำ โดยประเด็นนี้คาดว่าต้องใช้เวลาในการคลี่คลาย หรือจนกว่าเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าจะถึงจุดอิ่มในการพัฒนาและสามารถกลายเป็นรถตลาดที่เข้ามาแทนที่รถยนต์สันดาปได้ ซึ่งฐานผู้ซื้อจะกระจายตัวและอัตราการใช้สินเชื่อเช่าซื้อทยอยกลับสู่ระดับปกติ 
        ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อฯ ปรับเปลี่ยนไปสู่การพัฒนาช่องทางบริการให้เข้าถึงลูกค้าได้มีประสิทธิภาพขึ้น โดยเฉพาะการนำเสนอสินเชื่อในช่องทางดิจิทัลสำหรับลูกค้ารายย่อย ร่วมกับการขยายสินเชื่อเช่าซื้อโดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับลูกค้าองค์กร (Fleet Leasing) ทั้งในหน่วยงานรัฐและเอกชน กิจการโลจิสติกส์ และบริการเดลิเวอรี่ ซึ่งมีผลให้คุณภาพสินเชื่อรถใหม่มีแนวโน้มดีขึ้น
สำหรับตลาดสินเชื่อเช่าซื้อประเภท High Yield ในตลาดรถใช้แล้ว (เพดานอัตราดอกเบี้ย (แบบลดต้นลดดอก) อยู่ที่ไม่เกิน 15% ต่อปี) คาดว่าในภาพรวมยังสะท้อนการชะลอการขยายพอร์ต โดยเฉพาะในกลุ่มเช่าซื้อรถมือสองประเภทกระบะ เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความเปราะบางและได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ธนาคารที่ให้บริการสินเชื่อรายใหญ่บางแห่งเริ่มขยายตลาด High Yield ในกลุ่มรถจักรยานยนต์มากขึ้น โดยเพดานดอกเบี้ยรถกลุ่มนี้อยู่ที่ไม่เกิน 23% ต่อปี 
        ดัชนีราคารถมือสองในปี 2569 คาดว่าจะมีทิศทางประคองตัว แม้มีปัจจัยแทรกจากราคาน้ำมันเพิ่มสูงในภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบให้ดัชนีราคาหดตัวลง แต่คงเป็นผลกระทบระยะสั้นในช่วงต้นไตรมาส 2 เนื่องจากดัชนีที่ปรับลงค่อนข้างแรงจากปี 2565 เริ่มสะท้อนดุลยภาพราคาใหม่และทยอยขยับเล็กน้อยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในกรณีที่ระดับราคารถมือสองในปีนี้ สามารถประคองตัวได้ตามคาด ก็อาจเป็นอีกตัวแปรที่สำคัญที่ช่วยชะลอปัญหาหนี้เสีย (NPL) โดยเฉพาะการไหลตกชั้นหนี้ของสินเชื่อเช่าซื้อในระบบธนาคารพาณิชย์  

        คุณภาพสินเชื่อเช่าซื้อของระบบธนาคารพาณิชย์ในปี 2569 มีแนวโน้มประคองตัว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการพิจารณาสินเชื่อใหม่อย่างรอบคอบตามหลักการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) ควบคู่กับการดำเนินมาตรการปรับโครงสร้างหนี้และช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากการปรับลดลงติดต่อกัน 4 ไตรมาสที่ผ่านมาของสัดส่วนหนี้จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Special Mention หรือ Stage 2: ค้างชำระ 31-90 วัน) และสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อย่างไรก็ดี แม้ทิศทางโดยรวมจะปรับดีขึ้น แต่คุณภาพสินเชื่อยังคงเป็นประเด็นที่สถาบันการเงินให้ความสำคัญในการติดตามอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างไม่ทั่วถึงและความไม่แน่นอนจากปัจจัยแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศ
        ทั้งนี้ แม้สัดส่วนหนี้จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษยังคงอยู่ในระดับเลข 2 หลัก แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า อาจไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นสัญญาณของการเสื่อมถอยของคุณภาพสินเชื่อหรือการเพิ่มขึ้นของ NPL ในอนาคตเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าสัดส่วนดังกล่าวทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกันต่อเนื่องมาหลายปี ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีข้อจำกัดด้านรายได้และค่าครองชีพของครัวเรือนบางกลุ่ม ขณะที่ลูกหนี้จำนวนหนึ่งมีพฤติกรรมค้างชำระในช่วง 31-90 วันเป็นระยะเวลานาน หรือที่เรียกว่าเลี้ยงหนี้ ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุจากข้อจำกัดด้านสภาพคล่องทางการเงินส่วนบุคคล มากกว่าการผิดนัดชำระหนี้อย่างถาวร ประกอบกับภาระค่าปรับจากการชำระล่าช้าที่ลดลงภายหลังการปรับปรุงเกณฑ์กำกับดูแลในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ลูกหนี้บางส่วนยังคงสามารถประคองสถานะหนี้ให้อยู่ในกลุ่ม Stage 2 ได้ต่อเนื่อง ดังนั้น คาดว่า ในระยะข้างหน้า สัดส่วนหนี้จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษของสินเชื่อเช่าซื้อฯ อาจยังทรงตัวอยู่ในระดับเลข 2 หลักต่อไป โดยน้ำหนักของการวิเคราะห์ควรให้ความสำคัญกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของตัวเลขดังกล่าว และความสามารถในการควบคุมการไหลผ่านไปสู่ NPL มากกว่าการพิจารณาระดับตัวเลขเพียงอย่างเดียว

        ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่ลดลง ช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อผลการดำเนินงานและรายได้ของผู้ให้สินเชื่อได้บ้าง ตามต้นทุนการเงินที่ลดลง แต่เนื่องจากต้นทุนการจัดการคุณภาพหนี้และการช่วยเหลือลูกค้าที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับธนาคารผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรายหลักต่างระมัดระวังการคัดกรองคุณภาพสินเชื่อและพยายามหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงคาดว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อจะยังตรึงอยู่ในระดับเดิมนานขึ้นและปรับลดลงได้ยาก 
    
        รอติดตามมาตรการใหม่ภาครัฐสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ โดยหากสามารถผลักดันและมีผลในปีนี้ น่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นยอดขายรถใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังและยอดสินเชื่อเช่าซื้อได้บางส่วน ขณะที่มาตรการกำกับดูแลผู้ประกอบการให้เช่าซื้อรถ ภายใต้ ธปท. ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2569 ทำให้ผู้ให้เช่าซื้อรายใหญ่ที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-Bank) โดยเฉพาะบริษัทไฟแนนซ์ของค่ายรถยนต์ ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์เดียวกับธนาคารที่ให้เช่าซื้อฯ ทำให้การแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการรายใหญ่มีกรอบกติกาที่ใกล้เคียงกัน ส่วน Non-Bank รายเล็ก มีต้นทุนที่สูงขึ้นมากในการปฏิบัติตามเกณฑ์ และอาจนำไปสู่การปรับตัวสู่ธุรกิจสินเชื่อในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่การเช่าซื้อเพื่อไม่อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. อันเป็นประเด็นที่คงต้องใช้เวลาในการติดตามผลกระทบและการปรับตัวต่อไป 

        สรุปการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในระบบธนาคารพาณิชย์ในปี 2569 กล่าวได้ว่าเป็นปีของการกลับมาโตในตลาดรถใหม่ ภายใต้นโยบายสินเชื่อที่ยังคงระมัดระวัง โดยธนาคารที่มีส่วนแบ่งตลาดเช่าซื้อรถรายหลัก ยังคงเน้นลูกค้าคุณภาพสูงและลูกค้าองค์กร มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพื่อเร่งกระตุ้นยอดสินเชื่อ แต่ด้วยโครงสร้างตลาดรถยนต์ที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและภายใต้เศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้คาดว่าภาพรวมยอดคงค้างสินเชื่อเช่าซื้อในระบบธนาคารพาณิชย์ในปี 2569 นี้คงติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน 

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น