สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท
• เงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 15 เดือน ก่อนฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ตามทิศทางของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย แต่สวนทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัยท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง (โดยเฉพาะบริเวณทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ) ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงโจมตีตอบโต้กัน ทำให้สัญญาณการกลับมาเจรจาจากทั้ง 2 ฝ่ายยังไร้ความคืบหน้า นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการที่ตลาดประเมินว่า ราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นในช่วงนี้ อาจทำให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะเพิ่มโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ เงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 15 เดือนที่ 33.868 บาทต่อดอลลาร์ฯ สอดคล้องกับสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ และราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่ขยับขึ้นไปแตะ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ตามแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อปรับโพสิชันก่อนการประชุมเฟด ประกอบกับมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 27-31 ก.ค. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม FOMC (28-29 ก.ค.) BOE (30 ก.ค.) และ BOJ (31 ก.ค.) สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัด และรายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนมิ.ย. ของไทย ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนมิ.ย. ของสหรัฐฯ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของสหรัฐฯ และยูโรโซน ข้อมูล PMI เดือนก.ค. ของจีน ตลอดจนเงินเฟ้อเดือนก.ค. ของยูโรโซน
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนจะลดช่วงบวกลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ทั้งนี้ SET index ดีดตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์และกลุ่มแบงก์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการที่ผู้ประกอบการรายแรก ๆ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาดีกว่าคาด ตลอดจนหุ้นกลุ่มพลังงานที่ยังได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี 5 เดือนที่ระดับ 1,657.55 จุด ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงในช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ นำโดย หุ้นกลุ่มแบงก์ที่ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เสร็จสิ้นไปแล้ว อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยแม้จะมีแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มแบงก์เข้ามาหนุนในช่วงท้ายสัปดาห์ แต่ก็มีแรงกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มพลังงาน ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด
• สัปดาห์ที่ 27-31 ก.ค. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,620 และ 1,600 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,650 และ 1,660 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม FOMC (28-29 ก.ค.) BOE (30 ก.ค.) และ BOJ (31 ก.ค.) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนมิ.ย. ของสหรัฐฯ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของสหรัฐฯ และยูโรโซน ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน ตลอดจนกำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. และดัชนี PMI เดือนก.ค. ของจีน
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น