สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท
•
เงินบาททยอยอ่อนค่าลง ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นตามมุมมองของตลาดที่มีต่อโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดก่อนสิ้นปี ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ จากความกังวลของตลาดต่อความผันผวนของบอนด์ยีลด์และมุมมองที่มีต่อการเข้าแทรกแซงด้วยมาตรการของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในเชิงลบ อย่างไรก็ดี เงินบาทล้างช่วงบวกทั้งหมดและพลิกกลับมาอ่อนค่าในช่วงต่อมา สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่ฟื้นตัวขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากที่ รมว. คลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ ซึ่งขยาย Secondary Sanctions ครอบคลุมอีก 5 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ เงินบาทอ่อนค่าเข้าใกล้แนว 33.00 ในช่วงปลายสัปดาห์ สอดคล้องกับจังหวะการขายทำกำไรทองคำในตลาดโลก ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือนก.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งทำให้ตลาดประเมินว่า โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปียังคงมีอยู่ อนึ่ง เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบที่อ่อนค่าตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ หลังกนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% พร้อมกับส่งสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจไทย
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. – 4 ก.ย. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.50-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนก.ค. ของไทย ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ข้อมูลตลาดแรงงานเดือนส.ค. ของสหรัฐฯ รายงาน Beige Book ของเฟด ดัชนี PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการเดือนส.ค. ของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อส.ค. ของยูโรโซน
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
•
ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ SET index ปรับตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายหลัก ๆ จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ โดยล่าสุดมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน รวมถึงเตือนประเทศที่ยังทำธุรกิจกับอิหร่านอาจเผชิญมาตรการกดดันด้วยเช่นกัน ส่งผลให้เกิดแรงเทขายหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาช่วงสั้น ๆ กลางสัปดาห์จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มแบงก์ ซึ่งคาดว่าได้รับอานิสงส์จากแรงซื้อเก็งกำไรก่อนประกาศจ่ายเงินปันผล อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นกลุ่มพลังงาน (หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลง รับข่าวอิหร่านกับโอมานอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ) ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยร่วงหลุดแนว 1,600 จุดในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังมีแรงขายหุ้นบิ๊กแคปรายตัวเข้ามากดดันเพิ่มเติม ขณะที่ตลาดยังรอติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดจากการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮลช่วงปลายสัปดาห์นี้ด้วยเช่นกัน
• สัปดาห์ที่ 31 ส.ค. – 4 ก.ย. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,575 และ 1,550 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,605 และ 1,630 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ข้อมูลตลาดแรงงานเดือนส.ค. ของสหรัฐฯ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนส.ค. ของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนส.ค. และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค. ของยูโรโซน
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น