Display mode (Doesn't show in master page preview)

10 กันยายน 2562

Econ Digest

เปิดตลาด...ขนมไหว้พระจันทร์ ยังไปต่อหรืออิ่มตัว?

       จากผลสำรวจการใช้จ่ายช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า มูลค่าตลาดขนมไหว้พระจันทร์ปี 2562 จะอยู่ที่ราว 950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% ส่วนใหญ่มาจากปัจจัยด้านราคาที่สูงขึ้น ทั้งนี้ ในปี 2562 คนส่วนใหญ่ยังคงสนใจซื้อขนมไหว้พระจันทร์ โดยสัดส่วนของผู้ที่ซื้อขนมไหว้พระจันทร์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 61.4% จาก 59.6% ในปี 2561 ส่วนใหญ่เป็นการซื้อไปทานเอง ซึ่งผู้ตอบแบบสอบกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่มีอายุระหว่าง 20-39 ปี รองลงมาคือซื้อไปไหว้ ซื้อไปฝากญาติมิตร และซื้อให้กลุ่มลูกค้าองค์กร อย่างไรก็ดี ผู้ตอบแบบสอบถามจะซื้อขนมไหว้พระจันทร์ในปริมาณที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนใกล้เคียงกับปีก่อน โดยเหตุผลหลักที่ทำให้ซื้อในปริมาณที่ลดลงเนื่องจากราคาแพงขึ้น สอดคล้องกับที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้เก็บรวบรวมข้อมูลพบว่า ขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้มีราคาแพงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 3-5%  
         มองไปข้างหน้า ตลาดขนมไหว้พระจันทร์น่าจะถูกพัฒนาไปสู่การเป็นตัวเชื่อมไปยังกลุ่มที่ไม่ใช่คนไทยเชื้อสายจีน และเชื่อมไปถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ช่วงอายุระหว่าง 20-39 ปี หรือกลุ่ม Gen Y และกลุ่ม Gen Z ที่รวมเรียกว่ากลุ่ม Millennials ซึ่งปัจจุบันประชากรกลุ่มนี้คิดสัดส่วนราว 28.8% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มนี้ ด้วยการพัฒนารสชาติและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้ตรงใจ อาทิ ดีต่อสุขภาพ แคลอรี่ต่ำ หวานน้อย มีขนาดต่อชิ้นเหมาะสม รวมถึงมีบรรจุภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้เป็นผู้ที่พร้อมทดลองสินค้าใหม่ๆ กล้าใช้จ่ายเพื่อความคุ้มค่าของสินค้าและบริการ อีกทั้งไม่ยึดติดกับตราสินค้า ทำให้มีช่องว่างให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาทำตลาดได้ 


​​

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest