Display mode (Doesn't show in master page preview)

21 กรกฎาคม 2563

Econ Digest

ฮ่องกง...อีกชนวนกระตุ้นสงครามการค้าฯ ปะทุ

            ล่าสุด วันที่ 15 ก.ค. 2563 สหรัฐฯ ได้ยุติสิทธิพิเศษกับฮ่องกง ซึ่งเป็นอีกชนวนกระตุ้นสงครามการค้ากับจีนให้กลับมาร้อนแรงในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ  ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ปีนี้สหรัฐฯ จะยังคงนำประเด็นอ่อนไหวของจีนมาใช้เป็นเครื่องมือกดดันจีนผ่านความตกลงทางการค้าเฟส 1 กอปรกับการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่ใกล้เข้ามายิ่งทำให้ทุกอย่างซับซ้อน ทำให้สงครามการค้าครั้งนี้คงจะยืดเยื้อและไม่น่าจะเกิดความตกลงในเฟส 2 ได้ ถึงแม้การเลือกตั้งสหรัฐฯ จะได้บทสรุปเป็นผู้นำคนใหม่ แต่การแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในด้านภูมิรัฐศาสตร์จะคงมีอยู่ต่อไป และคงไม่ทำให้สงครามการค้าสงบได้
 
            ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่สงครามการค้าสหรัฐฯ และจีนปะทุขึ้น ไม่เพียงแต่ไม่ทำให้สหรัฐฯ  ลดการขาดดุลการค้ากับจีนได้ตามต้องการ การค้าของไทยในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องก็เสียประโยชน์สุทธิ 1.1 พันล้านดอลลาร์ฯ แม้ว่าสินค้าไทยส่วนหนึ่งจะได้อานิสงส์จากการส่งไปแทนที่สินค้าของคู่กรณีทั้งทางตรงและทางอ้อมแต่ก็ไม่มากพอที่จะชดเชยผลกระทบหลัก ๆ ที่ทำให้การส่งออกสินค้าที่อยู่ในห่วงโซ่ของจีนปรับตัวลดลง อีกทั้ง ไทยยังต้องสูญเสียพื้นที่ตลาดในประเทศเพื่อนบ้านจากการเข้ามาของสินค้าจีน
 
             ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ปี 2563 ผลจากสงครามการค้าจะเริ่มเบาบางลงนับตั้งแต่เกิดความตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในเฟส 1 แต่หากสหรัฐฯ ยังคงใช้ฮ่องกงมาเป็นประเด็นใหม่เดินหน้ากดดันทำสงครามการค้ากับจีนต่อไปคงยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการส่งออกของไทยมากขึ้น จากปัจจุบันที่การส่งออกของไทยได้รับผลกระทบหลัก ๆ มาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งมีความเสี่ยงจะเกิดการแพร่ระบาดระลอก 2 ในช่วงฤดูหนาว ยิ่งกดดันการค้าโลกมากขึ้น ด้วยสาเหตุเหล่านี้คาดว่าการส่งออกของไทยปี 2563 ไปตลาดสหรัฐฯ จะหดตัว (-) 2.7% มีมูลค่าการส่งออกราว 30,500 ล้านดอลลาร์ฯ และการส่งออกไปจีนน่าจะฟื้นตัวได้ก่อนตลาดอื่น ๆ แต่ขยายตัวอย่างจำกัดที่ 3.2% มูลค่าการส่งออกราว 30,100 ล้านดอลลาร์ฯ




Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest