ปริมาณส่งออก Lactic Acid ไทยคาดจะโต 7.4% ในปี 2026 จากส่งออกไปจีนและสเปน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย
- Lactic Acid เป็นสารควบคุมความเป็นกรดที่ใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อปรับรสเปรี้ยว ควบคุมค่า pH รักษาคุณภาพ และยืดอายุของผลิตภัณฑ์อาหาร โดย Lactic Acid มักผลิตมาจากการหมักน้ำตาลหรือแป้งจากวัตถุดิบเกษตร เช่น มันสำปะหลังและอ้อย ก่อนนำไปใช้ในอาหารหลายประเภท เช่น โยเกิร์ต ชีส อาหารหมัก เครื่องปรุงรส และเนื้อสัตว์แปรรูป
- ทั้งนี้ โครงสร้างการส่งออก Lactic Acid ของไทยพึ่งพา 3 ประเทศหลักในระดับสูง ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ สเปน และจีน ซึ่งในปี 2025 ไทยส่งออก Lactic Acid ไปประเทศดังกล่าวรวมราว 82% ของปริมาณส่งออกทั้งหมด ทำให้ภาพรวมส่งออกของไทยอ่อนไหวต่อทิศทางอุปสงค์และการแข่งขันในตลาดหลัก อย่างไรก็ดี ไทยยังเป็นแหล่งนำเข้าอันดับหนึ่งของทั้งจีนและสเปน สะท้อนว่า Lactic Acid ไทยยังมีความสำคัญในตลาดเหล่านี้
- ปัจจัยแรกที่หนุนการส่งออก Lactic Acid ไทยในปี 2026 มาจากตลาดจีน ซึ่งมีอุปสงค์ Lactic Acid ที่เติบโตต่อเนื่อง และไทยมีความได้เปรียบด้านราคา โดยในช่วงปี 2020-2025 ความต้องการ Lactic Acid ของจีนขยายตัวเฉลี่ย 7.1% ต่อปี และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 7.5% ในปี 2026 สอดคล้องกับการเติบโตของกลุ่มอาหารหมักและผลิตภัณฑ์นม โดยเฉพาะการใช้ชีสในร้านอาหารและเบเกอรี่ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ราคานำเข้า Lactic Acid ของจีนจากไทยต่ำกว่าจากทุกแหล่งนำเข้าราว 53% ทำให้ Lactic Acid จากไทยยังมีความน่าสนใจในตลาดจีน
- ปัจจัยหนุนที่สองมาจากตลาดสเปน ซึ่งยังมีความต้องการใช้ Lactic Acid ในกลุ่มอาหารที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับ ราคานำเข้าจากไทยต่ำกว่าคู่แข่ง โดยการนำเข้า Lactic Acid ของสเปนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15.3% ต่อปีในช่วงปี 2020-2025 ควบคู่กับการส่งออกชีสและเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอกและแฮม ที่ขยายตัว แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าอุปสงค์ Lactic Acid ในกลุ่มอาหารที่เกี่ยวข้องยังมีแรงรองรับอยู่ นอกจากนี้ ราคานำเข้าจากไทยยังต่ำกว่าราคาโลกราว 28% จึงช่วยหนุนความสามารถในการแข่งขันของ Lactic Acid ไทยในสเปน
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น