Display mode (Doesn't show in master page preview)

18 สิงหาคม 2569

Econ Digest

การเร่ง GDP โต 10% จะนำเวียดนามสู่เศรษฐกิจยุคใหม่หรือกำลังสร้างความเปราะบางทางการเงิน?

คะแนนเฉลี่ย
เวียดนามตั้งเป้าหมายให้เศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ยอย่างน้อย 10% ต่อปีในช่วงปี 2569-2573 เพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2588 สำหรับปี 2569 เศรษฐกิจจะต้องขยายตัวเกือบ 12% ในช่วงครึ่งปีหลัง จึงจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ภาครัฐจึงเร่งการลงทุนและผลักดันสินเชื่อให้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แต่การเติบโตที่พึ่งพาสินเชื่อสูงกำลังสร้างแรงกดดันต่อแหล่งเงินทุนของธนาคาร ส่งผลให้ยอดสินเชื่อสูงกว่าเงินฝากประมาณ 7.7 หมื่นล้านดอลลาร์สห​รัฐฯ ดังนั้น โจทย์สำคัญของเวียดนามจึงไม่ใช่การเติบโตให้เร็วที่สุด แต่คือการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยไม่บั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินความเสี่ยงที่เศรษฐกิจเวียดนามกำลังเผชิญ ซึ่งเป้าหมาย GDP เติบโต 10% เพิ่มแรงกดดัน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านเงินทุนธนาคาร ตลาดอสังหาริมทรัพย์ เสถียรภาพภายนอก และความเสี่ยงภาคการเงิน
  • แรงกดดันด้านเงินทุนของธนาคารเพิ่มขึ้น ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สินเชื่อขยายตัว 7.4% ขณะที่เงินฝากเพิ่มขึ้นเพียง 5.0% การที่สินเชื่อเติบโตเร็วกว่าฐานเงินฝากทำให้ธนาคารแข่งขันระดมเงินฝากมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนเงินทุนและอัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ดี สภาพคล่องทั้งระบบยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยธนาคารกลางเวียดนามสามารถเติมสภาพคล่องระยะสั้นผ่านธุรกรรมตลาดเปิด (Open Market Operations: OMO) และเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ
  • ความเสี่ยงในตลาดอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในฮานอย ราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มเร็วกว่ารายได้ของครัวเรือน ขณะที่อุปทานคอนโดมิเนียมใหม่เติบโตเร็วกว่ายอดขาย ทำให้สินค้าคงค้างเพิ่มขึ้น ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อัตราส่วนราคาที่อยู่อาศัยต่อรายได้ในฮานอยสูงถึง 37.7 เท่า สะท้อนว่าความสามารถในการซื้อบ้านลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงดังกล่าวยังไม่ได้เกิดขึ้นในระดับเดียวกันทั่วประเทศ
  • เสถียรภาพภายนอกมีความเปราะบางมากขึ้น เวียดนามขาดดุลการค้าเกือบ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เนื่องจากการนำเข้าเติบโตเร็วกว่าการส่งออก ทำให้เสี่ยงขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ประกอบกับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่ไม่ได้สูงมาก เป็นปัจจัยกดดันค่าเงินด่องให้อ่อนค่า
  • ความเสี่ยงภาคการเงินเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของระบบธนาคารเวียดนามอยู่ที่ 12.06% ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งยังสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ขณะเดียวกัน ทางการมีมาตรการออกมาเพื่อควบคุมความเสี่ยงและสนับสนุนสภาพคล่อง
สัญญาณความเปราะบางที่เพิ่มขึ้นทำให้ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจเวียดนามสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นยังประเมินว่าความเสี่ยงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เนื่องจากทางการเวียดนามเริ่มออกมาตรการเพื่อดูแลเสถียรภาพ เช่น การปรับลดเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อ และการอัดฉีดสภาพคล่องผ่าน Open Market Operations (OMO) อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังไม่ได้หมดไป โดยต้องติดตามปัจจัยที่อาจกระทบความเชื่อมั่นต่อระบบธนาคารเป็นสำคัญ เนื่องจากอาจเป็นตัวเร่งให้ความเปราะบางด้านสภาพคล่องและคุณภาพสินทรัพย์ส่งผ่านไปสู่ความเสี่ยงเชิงระบบได้ ท้ายที่สุด เวียดนามอาจต้องชั่งน้ำหนักมากขึ้นระหว่างการรักษาเป้าหมายการเติบโตในระดับสูงกับการดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน ซึ่งอาจนำไปสู่การดำเนินนโยบายที่ระมัดระวังขึ้นและทำให้เศรษฐกิจเติบโตช้ากว่าเป้าหมายในระยะข้างหน้า


Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น