Display mode (Doesn't show in master page preview)

7 ตุลาคม 2569

Econ Digest

ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เปลี่ยนการเยียวยา สู่การบริหารความเสี่ยง

คะแนนเฉลี่ย

1 ตุลาคม 2569 คนไทย 30 ล้านหลังคาเรือน เริ่มมีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยรัฐจัดซื้อกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มสำหรับประกันที่อยู่อาศัยและประกันอุบัติเหตุให้แก่ผู้ประสบภัย เป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม สิ้นสุดวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ครอบคลุมภัยธรรมชาติ 3 ประเภท คือ อุทกภัย วาตภัย-ฟ้าผ่า และแผ่นดินไหว-ภูเขาไฟระเบิด-สึนามิ ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างและมีประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติโดยหน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้อง

สำหรับอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครรอบล่าสุดที่ กทม ประกาศภัยพิบัติเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 (มีผลย้อนหลังวันที่ 25 กันยายน 2569) และความเสียหายที่เกิดจากมวลน้ำเดิม ไม่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของระบบใหม่นี้ แต่ยังสามารถขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐได้ตามมาตรการปกติ

ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครองที่อยู่อาศัยในฐานข้อมูลกรมการปกครอง ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 รวม 30 ล้านหลัง ในวงเงินสูงสุด 100,000 บาท/ครั้ง/หลัง ซึ่งรวมการรับรองจ่ายทุกหลังในเขตภัยพิบัติโดยไม่ต้องประเมินความเสียหายที่ 10,000 บาท/ครั้ง/หลัง ในกรณีน้ำท่วมบ้าน-น้ำล้อมบ้านเกิน 7 วัน และ 5,000 บาท ในกรณีวาตภัย-ฟ้าผ่า และแผ่นดินไหว-ภูเขาไฟระเบิด-สึนามิ ซึ่งเป็นอัตราจ่ายที่สูงกว่าการช่วยเหลือจากภาครัฐในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังคุ้มครองอุบัติเหตุจากภัยพิบัติแก่บุคคลสัญชาติไทย กรณีเสียชีวิต 2 ล้านบาท และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 2 แสนบาท  

ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ มูลค่า 15,500 ล้านบาทต่อปี แลกกับวงเงินคุ้มครองรวมสูงสุด 75,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ภาระในการจัดสรรงบประมาณภาครัฐเพื่อช่วยเหลือในสถานการณ์ภัยพิบัติที่ผ่านมา สมาคมประกันวินาศภัยระบุว่าเป็นจำนวนเฉลี่ยต่อปีประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ด้วยแนวโน้มภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นและมีความถี่ในการเกิดภัยสูงขึ้นเป็นลำดับ ทำให้การจัดทำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ที่โอนถ่ายความเสี่ยงไปยังบริษัทประกันวินาศภัย 11 แห่ง และบริษัทรับประกันภัยต่อ จึงถือเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ช่วยรัฐบริหารความเสี่ยงและควบคุมภาระงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นสัญญาประกันภัยที่มีระยะเวลารับประกัน 1 ปี การต่ออายุประกันและการปรับเงื่อนไขในการรับประกันจึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม

ภาพรวมสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยในปี 2568 ที่ผ่านมา มีภัยพิบัติใหญ่ 3 ครั้ง จากน้ำท่วมดินถล่มที่ภาคเหนือ (2567-2568) แผ่นดินไหวครอบคลุมหลายพื้นที่ในประเทศ และเหตุการณ์ฝนระเบิด (Rain Bomb) น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ จนถึงน้ำท่วมในเดือนกันยายน 2569 มูลค่าความเสียหายที่รัฐเยียวยายังไม่อาจเทียบได้กับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงที่สูงกว่าหลายเท่าตัว เนื่องจากรัฐเป็นหลักประกันที่ช่วยดูแลชีวิตและที่อยู่อาศัย ดังนั้น ภาคประชาชนและภาคธุรกิจจึงยังจำเป็นต้องเลือกซื้อประกันเพื่อรับความคุ้มครองชีวิต ทรัพย์สิน และกิจการ ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ ภัยพิบัติยังอาจเกิดขึ้นในรูปแบบอื่นนอกเหนือจากภัยธรรมชาติ 3 ประเภทที่ได้รับความคุ้มครองในระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง โรคระบาด รวมถึงปรากฏการณ์ เอลนีโญ อันเป็นประเด็นที่ต้องเตรียมการรับมือทั้งในระดับประเทศ องค์กร และบุคคล

​​

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest