Display mode (Doesn't show in master page preview)

7 ตุลาคม 2569

Econ Digest

น้ำท่วมปี 2569 คาดสร้างความเสียหายต่อผลผลิตข้าวนาปี 12,000 ล้านบาท

คะแนนเฉลี่ย

• แหล่งปลูกข้าวในหลายจังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 น้ำท่วมครอบคลุม 26 จังหวัด รวมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหลายจังหวัด โดยเกิดจากฝนตกต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้มีปริมาณฝนสะสมสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติในช่วงเดียวกันถึง 4 เท่า ส่งผลต่อพื้นที่ปลูกข้าวหลักบางส่วนให้ได้รับผลกระทบ โดยหลายจังหวัดที่เป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญในพื้นที่ลุ่มต่ำแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา บางปะกง และแม่กลอง มีปริมาณฝนสะสมสูงสุดอยู่ในเกณฑ์หนักมากและถึงขั้นวิกฤติ เช่น ระยอง 289 มม. ฉะเชิงเทรา 270 มม. กาญจนบุรี 238 มม. อยุธยา 150 มม. พิษณุโลก 150 มม. และมีค่าเฉลี่ยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาสูงถึง 200 มม.

• ผลกระทบต่อผลผลิตข้าวนาปีเกิดขึ้นในช่วงกำลังทยอยเก็บเกี่ยว ซึ่งอาจมีแนวโน้มเสียหายเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ที่ยังไม่ยุติ โดยยังต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากฝนตกหนักระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 5-7 ต.ค. และ 11-14 ต.ค. รวมถึงมวลน้ำเพิ่มเติมที่จะได้รับอิทธิพลจากมวลน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุน ประกอบกับการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาจะส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ 11 จังหวัดที่เป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญในภาคกลาง เช่น ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ลพบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม อาจมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีกราว 40-70 เซนติเมตร

• ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินความเสียหายของผลผลิตข้าวนาปีจากน้ำท่วมในช่วงวันที่ 25 ก.ย.-14 ต.ค. 2569 อยู่ที่ราว 12,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.06% ของ GDP โดยคาดว่าพื้นที่ข้าวอาจเสียหายประมาณ 1.5 ล้านไร่ คิดเป็น 2.5% ของพื้นที่ปลูกข้าวนาปีทั้งประเทศ และราว 19% ของพื้นที่ปลูกข้าวนาปีในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา

​• ความเสียหายต่อพื้นที่น้ำท่วมหลักในเขตภาคกลาง ส่งผลให้ราคาข้าวอาจปรับสูงขึ้นราว 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าพื้นที่ปลูกข้าวนาปีส่วนใหญ่ของประเทศจะอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (61%) ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมน้อยกว่าภาคกลาง (14%) ตลอดจนในภาพรวมแล้วระยะเวลาน้ำท่วมแช่ขังจะไม่นานนักและความสูงของน้ำจะแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ก็ตาม

​

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest