Display mode (Doesn't show in master page preview)

14 สิงหาคม 2569

Econ Digest

ปี 2569 ต่างชาติเที่ยวไทย คาดหดตัวน้อยกว่าที่คาดเดิม จากแรงหนุนตลาดช่วงปลายปี

คะแนนเฉลี่ย
  • ​หากสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่รุนแรงจนกระทบการเดินทางระหว่างประเทศ จะช่วยหนุนตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในช่วงที่เหลือของปี 2569 โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรป
  • แต่หลายปัจจัยลบยังอยู่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ทั้งปี 2569 ชาวต่างชาติเที่ยวไทยน่าจะหดตัว 4.9% จากปีก่อน หรือมีจำนวน 31.36 ล้านคน (คาดการณ์เดิมที่ 30 ล้านคน) สำหรับรายได้ต่างชาติเที่ยวไทยคาดมีมูลค่า 1.54 ล้านล้านบาท ลดลง 3.2% จากปีก่อน 

หลายปัจจัยกระทบจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยลดลง จากข้อมูลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 8 สิงหาคม 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยมีจำนวน 19.15 ล้านคน หดตัว 2.9% (YoY) (รูปที่ 1) โดยปัจจัยที่มีผลต่อการลดลงของนักท่องเที่ยวมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 การแข่งขันการท่องเที่ยวระหว่างประเทศสูง และปัญหาเศรษฐกิจในบางประเทศส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ

ในช่วงที่เหลือของปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยมีสัญญาณดีขึ้นเล็กน้อย

    • สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางหลังจากนี้ถ้าไม่ได้ลุกลามจนกระทบเป็นวงกว้าง และหากไม่มีการปิดน่านฟ้า คงส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้งจากตะวันออกกลางและยุโรปเริ่มกลับมาเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจากยุโรป
    • ราคาบัตรโดยสารหลายเส้นทางเริ่มปรับลดจากในช่วงที่เกิดการสู้รบในตะวันออกกลาง แม้ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยปีที่ผ่านมา โดยหลายสายการบินเริ่มกลับมาทำโปรโมชั่นกระตุ้นตลาดและการเดินทางท่องเที่ยว
    • การจัดงานประชุมสัมมนาและงานเทศกาลดนตรีระดับโลก ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกปี 2026 (IMF-WBG Annual Meetings 2026) และการจัดงานเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ (EDM) หรือ Tomorrowland Thailand รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวเป็นประจำทุกปีอย่างการจัดงานเทศกาลปีใหม่ 

อย่างไรก็ตาม ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยยังเปราะบางจากหลายปัจจัยลบในช่วงข้างหน้า

    • การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวและพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป ชาวต่างชาติเที่ยวไทยลดลงเทียบกับหลายประเทศที่ยังเพิ่มขึ้น แม้ว่าประเทศไทยจะยังคงมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาค แต่พฤติกรรมและการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป ทำให้ไทยเผชิญกับอัตราการลดลงของนักท่องเที่ยว ขณะที่บางประเทศนักท่องเที่ยวต่างชาติยังเติบโต อาทิ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย (รูปที่ 2)

โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักหันไปเติบโตในตลาดประเทศอื่นแทน อาทิ ชาวมาเลเซีย เดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นและอินโดนีเซียยังโต (รูปที่ 3) แม้จำนวนจะไม่สูง แต่เดินทางมาไทยลดลง ขณะที่ชาวจีนเที่ยวไทย แม้เติบโต แต่พบว่าชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวเกาหลีใต้และเวียดนามมีจำนวนสูงกว่ามาไทย

 

    • ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจในหลายประเทศทำให้แผนการเดินทางและการใช้จ่ายเปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางท่องเที่ยวสอดคล้องไปกับงบประมาณและความคุ้มค่า อาทิ
      • ปัญหาตลาดหุ้นในเกาหลีใต้กระทบความมั่งคั่งของประชาชนบางกลุ่ม ทำให้แผนการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศอาจต้องสะดุดลง หลังชาวเกาหลีใต้เที่ยวต่างประเทศช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2569 ลดลง 5.9% (YoY) ขณะที่ ตลาดนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เที่ยวไทยมีจำนวนมากเป็นอันดับ 5 ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวอาจกดดันเพิ่มเติมจากเดิมที่ชาวเกาหลีใต้เที่ยวไทยก็ลดลงต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 และยังไม่ฟื้นตัว อันเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว
      • ความผันผวนของค่าเงินรูเปียห์กระทบนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเที่ยวต่างประเทศลดลง ซึ่งรวมถึงมาไทย หลังช่วงครึ่งแรกปี 2569 ชาวอินโดนีเซียเที่ยวต่างประเทศลดลง 2.4% (YoY) ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของไทยมีสัดส่วนประมาณ 2% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งหมด โดย 7 เดือนแรกปี 2569 นักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเที่ยวไทยลดลง 23.2% (YoY) ซึ่งมาจากหลายปัจจัย ส่วนหนึ่งจากค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงต่อเนื่อง โดยเมื่อเทียบกับวันเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ณ 5 สิงหาคม 2569) ค่าเงินรูเปียห์อินโดนีเซียเมื่อเทียบกับเงินบาทไทยอ่อนค่าลงประมาณ 7% และไปข้างหน้าค่าเงินยังมีทิศทางที่ผันผวน จึงอาจกระทบจำนวนนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียมาไทยในช่วงที่เหลือของปี
    • แผนเที่ยวบินของสายการบินมาไทยยังสะท้อนภาพลดลงในบางเส้นทาง แผนเที่ยวบินล่วงหน้ามาไทย (สิงหาคม–พฤศจิกายน 2569) ณ 31 กรกฎาคม 2569 ปรับลดลง 2.1% เมื่อเทียบกับ ณ 16 กรกฎาคม 2569 สะท้อนความไม่แน่นอนสูง (รูปที่ 4) โดยการลดลงส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ อินเดีย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง สำหรับประเทศต้นทางที่มีเที่ยวบินมาไทยเพิ่มขึ้น อาทิ อิสราเอล ขณะที่ภูมิภาคยุโรปหลายประเทศเที่ยวบินยังไม่เปลี่ยนแปลง

    • ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศยังเปราะบาง ทั้งเหตุการณ์ตะวันออกกลางและการสู้รบระหว่างยูเครน-รัสเซีย แม้จะยังอยู่ในวงจำกัด แต่ประเด็นนี้จะยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นและแผนการเดินทางท่องเที่ยวบางกลุ่ม อาทิ นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง

       ​ 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ทั้งปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยอาจอยู่ที่ประมาณ 31.36 ล้านคน หดตัว 4.9% ดีขึ้นกว่าคาดการณ์เดิมที่ 30 ล้านคน ณ เมษายน 2569 (รูปที่ 5) โดยตลาดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป รวมถึงนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลาง น่าจะกลับมาเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ กรณีสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่ได้มีผลกระทบต่อการเดินทาง
 
สำหรับตลาดที่น่ากังวลและมีแนวโน้มลดลงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะใกล้และเป็นตลาดที่สำคัญของไทย อาทิ เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินเดีย และอินโดนีเซีย ขณะที่ ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยมีทิศทางเติบโตแต่เป็นอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2569
  
รายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกระจายสู่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวในปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.54 ล้านล้านบาท หดตัว 3.1% จากปี 2568 ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริปอยู่ที่ประมาณ 49,000 บาท เพิ่มขึ้น 2% จากปี 2568

ภาพรวมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่อคนต่อทริปยังค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากโครงสร้างนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรายได้ปานกลาง ประกอบกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่มีความระมัดระวังอย่างการปรับลดการใช้จ่ายในส่วนของฝากและของที่ระลึก และการท่องเที่ยววิถีชุมชน (Community-Based Tourism) ได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวแสวงหาประสบการณ์ท้องถิ่นที่มีคุณค่าและคุ้มค่ากับงบประมาณ

อย่างไรก็ดี กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายต่อคนต่อทริปสูงกว่าค่าเฉลี่ย มีทิศทางเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนโควิด โดยมีสัดส่วนราว 53% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกลจากยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง รวมถึงตลาดเอเชียแปซิฟิกอย่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีเมื่อเทียบกับก่อนโควิดที่สัดส่วนอยู่ที่ 30% สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปต่ำกว่าเฉลี่ยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะใกล้ในภูมิภาคเอเชีย อาทิ มาเลเซีย อินเดีย และเกาหลีใต้ ​

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น