สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท
• เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือน แต่พลิกแข็งค่ากลับมาท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ตามทิศทางเงินหยวน หลังทางการจีนกำหนดอัตราอ้างอิงเงินหยวนในระดับที่แข็งค่ากว่าที่ตลาดประเมินไว้หลายวันทำการติดต่อกัน ซึ่งทำให้ถูกตีความว่าอาจเป็นสัญญาณของการยอมรับให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นในช่วงก่อนการพบกันระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ และจีน อย่างไรก็ดี เงินบาทเริ่มกลับมาอ่อนค่าในช่วงกลางสัปดาห์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้น พร้อม ๆ กับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังท่าทีของเจ้าหน้าที่เฟดสะท้อนสัญญาณสนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดแรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ประกอบกับมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดี ทั้งนี้ เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือนที่ 33.51 บาทต่อดอลลาร์ฯ เช่นเดียวกับดัชนีเงินดอลลาร์ฯ ที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ส่วนบaอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 30 ปี เพิ่มขึ้นไปที่ 5.48% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2547 และบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี แตะระดับ 5.21% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 อย่างไรก็ดี เงินบาทแข็งค่ากลับมาเล็กน้อยช่วงท้ายสัปดาห์ตามการฟื้นตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ประกอบกับมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการย่อตัวลงของราคาน้ำมันและเงินเยนที่แข็งค่ากลับมาบางส่วนท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับโอกาสความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้ามาแทรกแซงเพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินเยน โดยเฉพาะหลังจากที่เงินเยนอ่อนค่าเข้าใกล้แนว 160 เยนต่อดอลลาร์ฯ
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 2 ต.ค. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.00-33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนส.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด อัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนส.ค. ข้อมูลตลาดแรงงานเดือนก.ย. และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 (final) ของสหรัฐฯ ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ย. ของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ ตลอดจนอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ย. ของยูโรโซนและอังกฤษ
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเกือบตลอดสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ SET index ดีดตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากการที่ Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองต่ออันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจาก “เชิงลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” ซึ่งกระตุ้นแรงซื้อหุ้นไทยจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศ นำโดย หุ้นกลุ่มแบงก์ นอกจากนี้ ความคาดหวังเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนอกรอบการประชุม UNGA รวมถึงแรงซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามทิศทางการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในต่างประเทศ ก็มีส่วนช่วยหนุนตลาดหุ้นไทยให้เพิ่มช่วงบวกได้ต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงช่วงสั้น ๆ ในเวลาต่อมาระหว่างรอติดตามประเด็นการพบปะเจรจาระหว่างปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และปธน. สี จิ้นผิงของจีน ก่อนจะกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากรายงานตัวเลขส่งออกไทยเดือนส.ค. ที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง รวมถึงแรงซื้อหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง
• สัปดาห์ที่ 28 ก.ย. – 2 ต.ค. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,585 และ 1,555 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,615 และ 1,630 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนส.ค. ข้อมูลตลาดแรงงานเดือนก.ย. และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของสหรัฐฯ ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ย. ของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ย. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น