Display mode (Doesn't show in master page preview)

12 กรกฎาคม 2562

Econ Digest

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดเงิน ตลาดทุนประจำวันนี้

​ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม:

  สัญญาณความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-ฝรั่งเศส (หลังวุฒิสภาฝรั่งเศสอนุมัติการเรียกเก็บภาษีรายได้ของบริษัทด้านเทคโนโลยี) ความคืบหน้าของการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน และจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐฯ โดย Baker Hughes ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนมิ.ย.ของจีน และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมิ.ย. ของสหรัฐฯ





เงินบาทตลาดในประเทศ แข็งค่าขึ้นวานนี้ (11 ก.ค.) ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เมื่อเทียบกับหลายสกุลเงิน เนื่องจากตลาดตีความถ้อยแถลงของประธานเฟดต่อสภาคองเกรสว่า เฟดอาจเตรียมปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในรอบการประชุมสิ้นเดือนนี้เป็นอย่างเร็ว

ส่วนเช้าวันนี้ (12 ก.ค.) เงินบาทอ่อนค่ากลับมาอยู่ในกรอบประมาณ 30.70-30.73 บาทต่อดอลลาร์ฯ** ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ทยอยฟื้นตัวขึ้นได้บางส่วน หลังข้อมูลเงินเฟ้อพื้นฐาน และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่คาด​






ตลาดหุ้นไทย ปิดบวกตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค ขณะที่นักลงทุนรอติดตามนโยบายเศรษฐกิจ หลังจากที่มีความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล

ตลาดหุ้นต่างประเทศโดยรวมปิดบวก โดยมีแรงหนุนจากคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดในเร็วๆนี้ ขณะที่ ดัชนี NASDAQ ปิดลบเล็กน้อยจากความกังวลเกี่ยวกับประเด็นที่ฝรั่งเศสประกาศเรียกเก็บภาษีดิจิทัลต่อกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี




ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังกลุ่มโอเปกคาดการณ์ว่า ความต้องการน้ำมันมีแนวโน้มปรับลดลงในปีหน้า ขณะที่ราคาทองคำปรับลดลงตามแรงขายทำกำไรของนักลงทุน 


ที่มา: ธปท., Bisnews, www.bloomberg.com รวบรวมโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย

หมายเหตุ: *อัตราอ้างอิงจากธปท.  **ข้อมูล ณ เวลา 8.25 น.                             



Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest