Display mode (Doesn't show in master page preview)

11 สิงหาคม 2563

Econ Digest

ดัชนี KR-ECI ชี้ 3 เดือนข้างหน้า คนกังวลมาก...

             ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) เดือนก.ค. 2563 อยู่ที่ระดับ 35.3 ลดลงจากระดับ 36.0 ในเดือนมิ.ย. 2563 จากความกังวลที่เพิ่มขึ้นต่อภาระหนี้สิน ค่าใช้จ่าย และระดับราคาสินค้าและบริการในประเทศ แม้ว่า ธปท. จะออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะที่ 2 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนยังถูกจำกัดโดยประเด็นด้านรายได้และการมีงานทำ 

            ขณะเดียวกัน ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ก็ลดลงจากระดับ 37.4 ในการสำรวจช่วงเดือนมิ.ย. 2563 มาอยู่ที่ระดับ 36.8 ในการสำรวจช่วงเดือนก.ค. 2563 โดยครัวเรือนไทยมีความกังวลเพิ่มขึ้นในทุกมิติการครองชีพในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (ส.ค.-ต.ค. 2563) โดยเฉพาะเรื่องระดับราคาสินค้าและบริการ หลังราคาอาหารสดและพลังงานในประเทศปรับเพิ่มสูงขึ้นในเดือนก.ค. 2563​ นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งยังมาจากกระแสความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 2 ในประเทศ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนก.ค. 2563 

            ​ทั้งนี้ ดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯ ในช่วง 3 เดือนข้างหน้าแม้จะอยู่ในระดับที่สูงกว่าดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯ ในปัจจุบันต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่ก็ยังต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิดในประเทศค่อนข้างมาก สะท้อนให้เห็นมุมมองของครัวเรือนต่อภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพว่า แม้จะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพยังไม่กลับสู่ระดับเดิมก่อนการแพร่ระบาด แม้ภาครัฐจะมีมาตรการผ่อนปรนสำหรับทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจแล้วก็ตาม โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วงที่เหลือของปี 2563 ยังเปราะบาง ขณะที่การฟื้นตัวของกำลังซื้อภายในประเทศยังเป็นไปอย่างจำกัด ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากภาวะการจ้างงานในประเทศ ท่ามกลางภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก 




Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest