Display mode (Doesn't show in master page preview)

16 เมษายน 2564

Econ Digest

เมื่อขาดเงินไม่ขาดตัวช่วย เลือกอย่างไร? ใช้บัตรได้ถูกเงิน...ถูกใจ

ในภาวะสังคมที่ถูกป่วนด้วยโรคโควิด 19 อาจมีคนไม่น้อยที่กระแสรายรับปั่นป่วนตาม โดยเฉพาะเมื่อถึงรอบรายจ่ายพิเศษที่ต้องใช้เงินก้อนจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นค่าเทอมของบุตรหลาน ค่าตรวจสุขภาพประจำปี ค่าเบี้ยประกันชีวิต ฯลฯ ซึ่งในกรณีที่เรามีตัวช่วยอยู่แล้วทั้งบัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด ที่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ รวมทั้งยังมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอพอที่จะทยอยจ่ายคืนหนี้ก้อนนี้ทั้งหมดได้ภายในชั่วระยะเวลาหนึ่ง เราควรเลือกใช้บัตรไหนดีถึงจะคุ้มค่าหรือประหยัดดอกเบี้ย



การเบิกถอนวงเงินจากบัตรเครดิต (ไม่ว่าจะเป็นการกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม หรือถือบัตรไปขอรับเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ หรือทำรายการบนแอปพลิเคชันโดยขอรับเป็นเงินโอนเข้าบัญชีเงินฝาก) มีค่าธรรมเนียมการถอนเงินสด 3% + ภาษี VAT 7% และอัตราดอกเบี้ยอีกไม่เกิน 16% ตามเพดานอัตราดอกเบี้ยที่แบงก์ชาติกำหนดไว้ ส่วนการถอนเงินจากบัตรกดเงินสด เรียบง่ายกว่านั้นมากเนื่องจากคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 25% ต่อปี โดยทั้งสองบัตรเริ่มคิดดอกเบี้ยจากวันแรกที่ถอน อย่างไรก็ดี สำหรับกรณีผู้ที่ไม่มีบัตรกดเงินสดและต้องการสมัครขอบัตรใหม่คงต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า บัตรกดเงินสดเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับฯ ผู้สมัครต้องมีหลักฐานแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน รายการเคลื่อนไหวของบัญชีเงินฝาก เอกสารแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) เป็นต้น โดยวงเงินที่จะได้อนุมัติขึ้นอยู่กับรายได้ เช่น กรณีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท จะได้วงเงินเพียง 1.5 เท่าของรายได้ และสามารถยื่นขอสมัครบัตรกดเงินสดจากผู้ให้บริการรายอื่นรวมไม่เกิน 3 ราย ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ของแบงก์ชาติ


ทั้งนี้ ค่าผลรวมรายจ่ายจากการถอนเงินสดในบรรทัดสุดท้ายนี้ ต้องมองให้ลึกกว่าตัวเลขสูง-ต่ำที่ปรากฏ เนื่องจากในตารางบอกอยู่ว่าเป็นอัตราต่อปี แต่ถ้าเราขาดสภาพคล่องระยะสั้นมาก ๆ และตั้งใจจะคืนหนี้ให้จบภายใน 4 เดือนแล้ว คำนวณคร่าว ๆ ค่าใช้จ่ายจากการถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิตจะแพงกว่าการถอนด้วยบัตรกดเงินสดทันที อย่างไรก็ดี ภายใต้ความไม่แน่นอนที่โควิด 19 นำมาสู่สังคมไทย ได้สร้างความแน่นอนขึ้นประการหนึ่ง กล่าวคือ ลูกค้าบัตรชั้นดีที่ชำระหนี้สม่ำเสมอตามกำหนด เป็นลูกค้าที่ทุกธนาคารและผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร ต่างแข่งขันนำเสนอบริการการเบิกใช้วงเงินสดจากวงเงินบัตรเดิมของเราที่เหลืออยู่ในรูปแบบ Installment Loan ที่แบ่งการชำระคืนหนี้ออกเป็นรายงวดเท่า ๆ กันภายในระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ เช่น 6 เดือน 12 เดือน 2 ปี เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะได้ข้อเสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเพดานของแบงก์ชาติแล้ว กรณีใช้วงเงินจากบัตรเครดิตยังไม่คิดค่าธรรมเนียม 3.21% อีกด้วย ถ้าขาดเงิน อย่าใจร้อน แค่ call แล้วเทียบ แต่ดีกว่านั้นต้องหมั่นออม และเลือกใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น ลดอาการร้อนใจร้อนเงินจากหนี้ร้อนได้ตลอดไป

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest