Display mode (Doesn't show in master page preview)

8 กันยายน 2563

Econ Digest

พายุฝนกับผลผลิตข้าว

                  อิทธิพลของพายุซินลากูและพายุฮีโกสในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้เกิดสถานการณ์ฝนตกชุกอย่างต่อเนื่องน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ สร้างความเสียหายในพื้นที่หลายจังหวัด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า จากภาวะน้ำท่วมในหลายจังหวัดแถบภาคเหนือและภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย น่าจะไม่กระทบต่อผลผลิตพืชเกษตรฤดูฝนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะข้าวนาปี ซึ่งเป็นผลผลิตข้าวหลักของประเทศ เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวนาปียังไม่ถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว เมื่อผนวกกับการไหลของน้ำที่ท่วมหลาก ไม่มีการแช่ขังที่ยาวนานเกินไป และเป็นลักษณะของการไหลผ่านของน้ำ ทำให้ในภาพรวมคาดว่าผลผลิตข้าวนาปี จะยังไม่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของน้ำท่วมดังกล่าว

                  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จากภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตข้าวโดยรวมทั้งปี 2563 อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้คาดว่า ปริมาณผลผลิตข้าวทั้งหมดในปี 2563 อาจอยู่ที่ราว 29-30 ล้านตัน หรือลดลงร้อยละ 4.3-7.5 ซึ่งการลดลงของผลผลิตข้าวมีสาเหตุสำคัญจากแรงฉุดของภัยแล้งในช่วงต้นปี ขณะที่ในแง่ของราคาข้าวทั้งปี 2563 อาจอยู่ที่ราว 11,000-11,300 บาทต่อตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0-6.0

                 ​ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในเดือน ก.ย.-ต.ค. 2563 ประเทศไทยน่าจะยังได้รับอิทธิพลจากพายุเขตร้อนอยู่ 
ซึ่งจะส่งผลต่อปริมาณน้ำฝนให้อยู่ในระดับสูง จึงยังคงต้องจับตาถึงระดับความรุนแรงของพายุที่อาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตข้าวนาปี เนื่องจาก เป็นช่วงที่ผลผลิตเริ่มทยอยออกสู่ตลาดบ้างแล้ว และเมื่อผนวกกับปริมาณน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือในช่วงเวลาก่อนหน้า ซึ่งน่าจะไหลผ่านมาถึงภาคกลาง จนอาจกระทบต่อผลผลิตข้าวนาปีในภาคกลางได้  นอกจากนี้ ในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2563 อาจต้องจับตาระดับความรุนแรงของพายุตามฤดูกาล ที่ทำให้เกิดน้าท่วมในพื้นที่ภาคใต้ จนอาจสร้างความเสียหายต่อปริมาณผลผลิตยางพาราและปาล์มน้ามัน ซึ่งเป็นพืชเกษตรหลักในภาคใต้อีกด้วย


Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest