Display mode (Doesn't show in master page preview)

20 สิงหาคม 2569

Econ Digest

IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 จับตาภูมิทัศน์การเงินใหม่รับมือสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

คะแนนเฉลี่ย


IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 คืออะไร และสำคัญอย่างไร?

การประชุมประจำปีของ IMF และ World Bank Group เป็นเวทีที่ผู้กำหนดนโยบายและผู้นำด้านเศรษฐกิจการเงินจากประเทศต่าง ๆ มาหารือแนวทางรับมือกับความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก

สำหรับปี 2026 ไทยกำหนดวาระสำคัญ 4 เสาหลัก ครอบคลุม Digital & AI Transformation, บทบาทของไทยในโลกที่แตกแยก, Climate Adaptation และ Longevity Economy โดยหนึ่งในประเด็นที่น่าจับตาสำหรับภาคธุรกิจและภาคการเงิน คือ Building a New Financial Architecture for Climate Adaptation ซึ่งสะท้อนว่า Climate Change กำลังขยับจากประเด็นสิ่งแวดล้อมเข้าสู่โจทย์ด้านเศรษฐกิจและการเงินมากขึ้น

Climate Change กลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของการประชุมปี 2026

วาระ Climate Adaptation ให้ความสำคัญกับ 3 เรื่อง ได้แก่ 1) การสร้างสถาปัตยกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่เพื่อรองรับ Climate Adaptation 2) การสนับสนุนการปรับตัวและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างสมดุล และ 3) การบริหารจัดการ ปกป้อง และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

ความสำคัญของวาระนี้เพิ่มขึ้นตามผลกระทบจาก Climate Change ที่เริ่มมีมูลค่าทางเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น  โดย                  World Bank ประเมินว่าหากไทยเผชิญสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งมากขึ้น ผลผลิตพืชที่ใช้น้ำฝนอาจลดลงสูงสุด 12.4% ภายในปี 2040 เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีผลกระทบจาก Climate Change เพิ่มขึ้นจากระดับปี 2025 ขณะที่หากไม่มีมาตรการปรับตัว การสูญเสียพื้นที่ชายฝั่งเพิ่มเติมอาจทำให้ไทยสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีในช่วงกลางทศวรรษ 2040 จึงเกิดคำถามสำคัญว่า ระบบการเงินจะช่วยให้ธุรกิจและเศรษฐกิจลงทุนเพื่อ “ลดความเสียหายในอนาคต" ได้อย่างไร

Climate Change เริ่มเชื่อมโยงกับภาคธนาคาร

ระบบการเงินเริ่มพัฒนาเครื่องมือเพื่อระบุ Climate Risk และประเมินว่าการลงทุนใดช่วยลดความเสียหายได้จริง

ในไทย Thailand Taxonomy ระยะ 2 ครอบคลุมแนวทาง Climate Risk and Vulnerability Assessment หรือ CRVA ซึ่งช่วยให้ภาคธุรกิจระบุประเภทความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ ประเมินโอกาสเกิดและผลกระทบ รวมถึงประเมินและจัดลำดับความสำคัญของมาตรการปรับตัวได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

ขณะที่ฝั่งยุโรป ECB ได้ประกาศขยาย Climate Factor ไปยังสินเชื่อธุรกิจบางประเภทที่ใช้เป็นหลักประกันใน Eurosystem โดยพิจารณา Climate-related Transition Risk ของลูกหนี้ และสามารถปรับลดมูลค่าหลักประกันเพิ่มเติมได้สูงสุด 5% โดยคาดว่าจะเริ่มใช้ได้เร็วที่สุดช่วงปลายปี 2027 สะท้อนว่า Climate Data เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการประเมินและบริหารความเสี่ยงทางการเงิน

มุมมองและปัจจัยที่ต้องติดตามจากการประชุม

ประเด็นที่ควรจับตาคือ 1) เครื่องมือทางการเงินเพื่อรองรับ Climate Adaptation ว่าจะมีการต่อยอดไปสู่เงินให้เปล่า Guarantee หรือ Blended Finance ในรูปแบบใด 2) กติกาและข้อมูลที่ภาคธุรกิจต้องใช้ในการระดมทุน ผลจากการประชุมจะนำไปสู่การใช้ Climate Risk, Taxonomy หรือข้อมูลด้านความเปราะบางในการประเมินสินเชื่อมากขึ้นเพียงใด 3) อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงมีแนวโน้มเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะข้อเสนอจากเวทีโลกยังต้องถูกถ่ายทอดต่อไปเป็นกฎเกณฑ์ นโยบาย และแนวปฏิบัติของสถาบันการเงินในแต่ละประเทศก่อน ดังนั้น สิ่งที่ต้องติดตามคือ Climate Change จะถูกแปลงจาก “วาระเชิงนโยบาย" ไปสู่ “ปัจจัยที่ใช้จริงในระบบการเงิน" ได้เร็วเพียงใด

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest

ESG