• การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันบางประเภทโดยคงองค์ประกอบภาษีคาร์บอนไว้ สะท้อนความพยายามประสานเป้าหมายบรรเทาค่าครองชีพระยะสั้นกับการลดก๊าซเรือนกระจกระยะยาว โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 จาก 5.953 เหลือ 0.431 บาทต่อลิตร และ E20 จาก 6.000 เหลือ 0.358 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ถึง 27 มกราคม 2570 โดยคงกลไกราคาคาร์บอนที่ 200 บาทต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
• ทั้งนี้ การลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แต่รักษาการจัดเก็บภาษีคาร์บอนไว้ที่อัตรา 200 บาท/ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สะท้อนการให้ความสำคัญด้านการคำนึงต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินมาตรการช่วยลดค่าครองชีพ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluters Pay Principle) โดยส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมัน (ณ วันที่ 2 พ.ย. 69) มีส่วนต่างของราคาขายปลีกเพิ่มขึ้น โดย E20 และ B20 ถูกกว่า แก๊สโซฮอล์ 95 และ ดีเซล B7 จำนวน 8.04 – 9.04 บาท/ลิตร
• อย่างไรก็ตาม ยังคงมีประเด็นที่ต้องติดตามและพิจารณาเพิ่มเติมจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตที่ลดลงดังกล่าว ว่าจะส่งผลต่อประเด็นด้านค่าครองชีพ การช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงต้นทุนการคลังอย่างไรบ้าง เนื่องจาก
• ผลด้านราคาที่ส่งผลไปยังการลดค่าครองชีพ ไม่เท่ากับภาษีสรรพสามิตที่ลดลง เนื่องจากกองทุนน้ำมันได้ปรับลดปริมาณการชดเชยต่อลิตรลงเช่นเดียวกัน
• ผลด้านสิ่งแวดล้อมจากปริมาณการบริโภคน้ำมันที่อาจเพิ่มขึ้นตามกลไกเศรษฐศาสตร์ อาจส่งผลต่อการลดแรงจูงใจประหยัดพลังงาน ใช้ขนส่งสาธารณะ การลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดเชื้อเพลิง หรืออาจกระตุ้นการเดินทางหรือการใช้เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น จากราคาขายปลีกที่ถูกลงซึ่งอาจแสดงผลผ่านปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาพรวมที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ยังคงการจัดเก็บภาษีคาร์บอนไว้
• นอกจากนี้ อาจเป็นการลดช่องว่างทางการคลัง (Fiscal Space) จากรายได้ภาษีที่ลดลง ถึงแม้จะช่วยรักษาสถานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันไว้ผ่านการลดการชดเชยราคาน้ำมันของกองทุนฯ แต่กองทุนฯ ยังคงชดเชยราคาในทุกๆ ลิตร และประเทศจะขาดรายได้ภาษีสรรพสามิตที่ปรับลดลงไปจากการเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้ E20 และ B20 ทดแทนมากขึ้น
• ทั้งนี้ การประเมินความคุ้มค่าจึงควรพิจารณารวมทั้งรายได้รัฐที่สูญเสีย ภาระกองทุนที่ลดลง ประโยชน์ต่อครัวเรือนแต่ละกลุ่ม และผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในระยะต่อไป ภาครัฐอาจเพิ่มน้ำหนักการช่วยเหลือด้านรายได้และการเข้าถึงขนส่งสาธารณะหรืออุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เพื่อให้ประชาชนลดค่าใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่อง
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น