Display mode (Doesn't show in master page preview)

11 สิงหาคม 2569

Econ Digest

จุดเปลี่ยนตุ๊กตุ๊กไทย สู่การเดินทางคาร์บอนต่ำ

คะแนนเฉลี่ย

จุดเปลี่ยนตุ๊กตุ๊กไทย สู่การเดินทางคาร์บอนต่ำ 

  • กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างกฎกระทรวง ซึ่งเสนอห้ามรถยนต์รับจ้างสามล้อที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปเดินรถในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน เว้นแต่เป็นรถสามล้อไฟฟ้า หรือเดินรถในช่วงเวลาที่กำหนด โดยมีเป้าหมายเพื่อลดและจัดระเบียบมลพิษทางอากาศและเสียงในพื้นที่เมืองเก่าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยยังอยู่ในขั้นรับฟังความคิดเห็นภายในวันที่ 27 สิงหาคม 2569
  • ปัจจุบันตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปส่วนใหญ่ใช้ LPG ซึ่งยังเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยประเมินว่าปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 336 กรัม CO₂e ต่อกิโลเมตร ขณะที่ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 7.4 kWh ปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการผลิตไฟฟ้าประมาณ 35–44 กรัม CO₂e ต่อกิโลเมตร และไม่มีการปล่อยจากท่อไอเสีย ณ จุดใช้งาน จึงลดการปล่อยระหว่างใช้งานได้ประมาณ 87–90% พร้อมช่วยลดกลิ่น ควัน เสียงเครื่องยนต์ และแรงสั่นสะเทือนในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวและชุมชนหนาแน่น
  • กรุงเทพฯ มีรถยนต์รับจ้างสามล้อประเภท รย.8 จำนวน 8,631 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถไฟฟ้า 829 คัน หรือเพียง 9.6% (ณ 28 ก.พ. 69) สะท้อนว่ายังมีรถเครื่องยนต์สันดาปที่อาจต้องเปลี่ยนผ่านอีกราว 7,800 คัน หากเปลี่ยนรถกลุ่มนี้เป็น EV ทั้งหมด จะลดก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 84,500–140,000 ตัน CO₂e ต่อปี
  • ทั้งนี้ การเปลี่ยนตุ๊กตุ๊กเป็น EV อาจเป็นหนึ่งในมาตรการระดับเมืองที่สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050 ของไทย แต่ยังคงมีประเด็นที่ต้องติดตาม เนื่องจากผู้ขับจำนวนมากอาจไม่มีเงินทุนซื้อรถใหม่ทั้งคัน ขณะที่ยังมีภาระหนี้รถเดิมและต้องพึ่งพารายได้รายวัน รัฐจึงควรพิจารณาเงินอุดหนุนส่วนต่างราคา สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การรับซื้อหรือดัดแปลงรถเดิม ตลอดจนสถานีชาร์จเฉพาะสำหรับรถสาธารณะ โดยอาจเชื่อมโยงกับวงเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ซึ่งมีแผนงานที่ครอบคลุมโครงการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • อย่างไรก็ดี ปัญหาด้านมลพิษทางเสียงอาจเกิดจากดัดแปลงท่อไอเสียของผู้ขับกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มาจากรถตุ๊กตุ๊กทุกคัน รัฐอาจใช้มาตรการ ควบคู่กับการดูแลจัดการเป็นรายกรณี แทนการถือว่ารถสันดาปทุกคันสร้างผลกระทบเท่ากัน นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านไปใช้ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า อาจไม่ส่งผลต่อด้านภาพลักษณ์ Soft Power ของประเทศไทยมากนัก เนื่องจากสามารถรักษาไว้ผ่านรูปทรง สีสัน การตกแต่ง และรูปแบบการให้บริการได้ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริม Green Tourism ด้วยอีกทางหนึ่ง

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest