Display mode (Doesn't show in master page preview)

20 มกราคม 2564

Econ Digest

สหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษี AD ยางล้อรถยนต์ไทย

​30 ธ.ค. 2563 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ประกาศผลการไต่สวนในเบื้องต้น ว่ายางล้อรถยนต์นั่งและรถบรรทุกเล็กจากไทยมีความผิดฐานทุ่มตลาดร่วมกันกับอีก 3 ชาติ ได้แก่ ไต้หวัน เกาหลีใต้ และเวียดนาม โดยในระหว่างรอผลตัดสินขั้นสุดท้ายในช่วงกลางปี 2564 ผู้นำเข้ายางล้อจากไทยจะต้องเสียภาษี AD ชั่วคราวในอัตราระหว่าง 13.25% ถึง 22.21% แม้ท้ายที่สุดภาษี AD ของไทยมีโอกาสที่จะลดลงได้กว่าที่สหรัฐฯตั้งไว้ในเบื้องต้น หรือแม้แต่บางบริษัทอาจหลุดจากข้อกล่าวหาได้ 

แต่ในกรณีเลวร้ายหากยางล้อจากไทยต้องโดนเรียกเก็บภาษี AD ในอัตราดังกล่าวจริงทั้งหมดทุกบริษัท จะทำให้ช่วง 1 ถึง 2 ปี แรก ที่ไทยยังอยู่ในช่วงปรับตัว ไทยอาจจะเสียเปรียบการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งที่มีโอกาสพลิกขึ้นมาแข่งขันกับไทยได้มาก ซึ่งแม้เมื่อเทียบกับคู่แข่งส่วนใหญ่ทั้งยางล้อที่ผลิตในสหรัฐฯ เองและที่นำเข้ามาจากต่างประเทศแล้ว ไทยยังคงมีความได้เปรียบที่เหนือกว่าจากระดับราคาที่ต่ำแม้จะมีการปรับขึ้นภาษี AD แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มยางล้อรถยนต์นั่ง แต่ในกลุ่มยางล้อรถบรรทุกเล็กอาจให้ผลตรงข้าม สำหรับในระยะข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ความสามารถในการลดต้นทุนน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะช่วยธุรกิจยางล้อในไทยรอดพ้นจากถูกกีดกันด้วยมาตรการการค้าต่าง ๆ

การที่ต้นทุนการส่งออกของไทยต้องเพิ่มขึ้นชั่วคราวกว่าครึ่งปีระหว่างรอผลการตัดสินสุดท้าย ย่อมส่งผลโดยตรงต่อการส่งออกยางล้อรถยนต์ไทย โดยยางล้อรถบรรทุกเล็กมีโอกาสได้รับผลกระทบมากกว่าเนื่องจากราคานำเข้าจากไทยมีโอกาสเพิ่มขึ้นไปสูงกว่าคู่แข่งพอสมควร ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าการส่งออกยางล้อรถยนต์นั่งและรถบรรทุกเล็กรวมกันของไทยในช่วงครึ่งแรกปี 2564 อาจทำได้เพียง 18,500,000 ถึง 19,200,000 ล้านเส้น ซึ่งน้อยกว่าระดับศักยภาพที่ไทยจะทำได้หากไม่ต้องเสียภาษี AD ชั่วคราว ทั้งนี้ คู่แข่งที่ต้องจับตา คือ อินโดนีเซีย เวียดนาม และแคนาดา 












            


                                                                                                                                  ​        ขอบคุณภาพจาก  Shutterstock.com​



Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest