Display mode (Doesn't show in master page preview)

25 มิถุนายน 2569

Econ Digest

FDI ไทย vs เวียดนาม จากการดึงดูดการลงทุน สู่โจทย์การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

คะแนนเฉลี่ย
•    เวียดนามนับเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จในการดึงดูด FDI มากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน สะท้อนจากมูลค่า FDI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์ฯ ในปี 2010 เป็นเกือบ 22,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ขณะที่ไทย แม้จะมี FDI สูงเกือบ 19,000 ล้านดอลลาร์ฯ ในปี 2025 แต่การเติบโตมีความผันผวนมากกว่า โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 ปี 2020 ที่ไทยเผชิญการไหลออกของเงินทุนจากการขายกิจการในภาคค้าปลีก
•    โครงสร้างของ FDI มีบทบาทส่งเสริมเวียดนามในฐานะฐานการผลิตโลกและช่วยพัฒนาเศรษฐกิจเวียดนามในระยะยาว โดยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 เวียดนามมีมูลค่า FDI ในรูปทุนจดทะเบียน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้น 38.5% YoY และกว่า 60% ของมูลค่าดังกล่าวอยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing sector) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าเทคโนโลยี ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่สร้างการจ้างงานจำนวนมาก เอื้อต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ 
•    FDI ของไทยมีลักษณะกระจุกตัวในธุรกิจดิจิทัลมากขึ้น แม้ไทยจะมีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติสูงถึง 9.7 แสนล้านบาท (2.98 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ) ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 เพิ่มขึ้น 273% YoY แต่กว่า 90% ของมูลค่าดังกล่าวกระจุกตัวอยู่ในธุรกิจ Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สะท้อนศักยภาพใหม่ของไทยในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค ท่ามกลางความต้องการลงทุนด้าน AI, Cloud Computing และบริการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก 
•    อย่างไรก็ตาม แม้ Data Center จะสร้างเม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก แต่ผลทางตรงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจจำกัดกว่าภาคการผลิต เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์จากต่างประเทศในสัดส่วนสูง อีกทั้งมีการจ้างงานทางตรงค่อนข้างจำกัด และเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในประเทศน้อยกว่าภาคการผลิต 
•    ดังนั้น ความท้าทายสำคัญของไทยในระยะต่อไป คือการต่อยอดการลงทุนใน Data Center ให้สามารถยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ และเชื่อมโยงไปสู่การดึงดูดการลงทุนในภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการผลิต อาทิ โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) ระบบอัตโนมัติ และ AI ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพ สร้างการจ้างงานทักษะสูง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว นอกจากนี้ ยังเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนา Digital Transformation Ecosystem และสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าเพิ่มสูงในอนาคต

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น